หลายคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง มักจะสะดุดตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือ "จดทะเบียนบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง" เพราะเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development หรือ DBD) กำหนดไว้มีหลายรายการ และแต่ละกรณี เช่น ผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยล้วน หรือมีชาวต่างชาติร่วมด้วย ก็อาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมแตกต่างกันไป หากเตรียมไม่ครบ อาจทำให้ต้องเสียเวลาไปกลับหลายรอบ
บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนและเช็กลิสต์เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทย เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
กฎหมายไทยว่าอย่างไรเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท
การจัดตั้งบริษัทจำกัดในประเทศไทยอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (Civil and Commercial Code) ปัจจุบัน การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน โดยผู้เริ่มก่อการต้องเป็นบุคคลธรรมดา และต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น ตามมาตรา 1097 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566) เมื่อจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้ว บริษัทควรมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามลักษณะของบริษัทจำกัดตามกฎหมาย
หน่วยงานที่รับผิดชอบการจดทะเบียนคือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ส่วนกฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเป็นตัวเลขเดียวสำหรับบริษัทจำกัดทุกประเภท แต่ธุรกิจบางประเภท ใบอนุญาตบางชนิด การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างชาติ หรือการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอาจมีเงื่อนไขด้านทุนเฉพาะ จึงควรกำหนดทุนให้เหมาะกับกิจการและสามารถพิสูจน์การชำระเงินจริงได้
ขั้นตอนหลักในการจดทะเบียนบริษัท
โดยทั่วไป การจดทะเบียนบริษัทจำกัดมีขั้นตอนหลักดังนี้
- ตรวจสอบและจองชื่อนิติบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อที่ต้องการไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับชื่อที่มีผู้จดทะเบียนไว้แล้ว
- จัดทำและจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association) ระบุชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ
- จัดให้มีผู้จองซื้อหุ้นครบทั้งหมด ตามจำนวนหุ้นที่จดทะเบียนไว้
- จัดประชุมจัดตั้งบริษัท เพื่อพิจารณาข้อบังคับ รับรองกิจการของผู้เริ่มก่อการ แต่งตั้งกรรมการ กำหนดอำนาจกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
- เรียกให้ผู้จองซื้อหุ้นชำระค่าหุ้น อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้น ก่อนยื่นจดทะเบียน
- ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อ DBD ภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท มิฉะนั้นการประชุมจัดตั้งบริษัทจะเสียไปและต้องเริ่มขั้นตอนใหม่
- ดำเนินการด้านภาษี ประกันสังคม และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ตามลักษณะกิจการ
ปัจจุบัน DBD เปิดให้ยื่นจดทะเบียนผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล DBD Biz Regist และมีนโยบายมุ่งสู่การจดทะเบียนออนไลน์เป็นหลัก
เอกสารหลักในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามวิธียื่นและข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย
- ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคล
- คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
- แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
- หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)
- รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3)
- รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.)
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)
- สำเนาหนังสือนัดประชุมและรายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท ตามกรณี
- ข้อบังคับบริษัท พร้อมอากรแสตมป์ หากบริษัทกำหนดข้อบังคับขึ้นใช้
- สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น
- แบบ สสช.1
- แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่โดยสังเขป
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการและกรรมการตามกรณี หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีเป็นคนต่างด้าว
- เอกสารเกี่ยวกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและค่าตอบแทน
- ตัวอย่างดวงตราบริษัท หากกำหนดให้อำนาจกรรมการต้องใช้ตราประทับ
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารของผู้รับมอบอำนาจ หากมี
ส่วนสัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายสถานที่ อาจต้องใช้เพิ่มเติมสำหรับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การเปิดบัญชีธนาคาร หรือกรณีที่หน่วยงานขอตรวจสอบสถานที่ประกอบการ ไม่ใช่เอกสารมาตรฐานที่ต้องยื่นต่อ DBD ทุกกรณี
กรณีมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ
หากมีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม อาจต้องใช้สำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารพิสูจน์ตัวตนเพิ่มเติม ในบางโครงสร้าง เช่น กรณีมีผู้ถือหุ้นต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 หรือไม่มีผู้ถือหุ้นต่างด้าวแต่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามหรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยแต่ละรายอาจต้องแสดงหลักฐานจากธนาคารว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอและสอดคล้องกับจำนวนเงินที่นำมาลงหุ้น เพื่อป้องกันการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ซึ่งเป็นประเด็นที่ DBD ให้ความสำคัญและตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบว่าธุรกิจที่จะทำเข้าลักษณะเป็น "คนต่างด้าว" ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ และอยู่ในบัญชีธุรกิจที่ต้องห้ามหรือต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองก่อนประกอบธุรกิจหรือไม่ ทั้งนี้ การมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยเกินร้อยละ 50 เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ยังต้องพิจารณาแหล่งที่มาของเงินลงทุนและอำนาจควบคุมที่แท้จริงประกอบด้วย
ค่าธรรมเนียมและภาระภาษีที่ควรรู้
ค่าธรรมเนียมราชการสำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดโดยทั่วไปอยู่ที่ 5,000 บาท และค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท หากดำเนินการแยกขั้นตอน นอกจากนี้อาจมีค่าหนังสือรับรอง ใบสำคัญการจดทะเบียน ค่ารับรองสำเนา และค่าใช้จ่ายด้านวิชาชีพเพิ่มเติม ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจาก DBD ก่อนยื่นคำขอ
หลังจดทะเบียน บริษัทจะได้รับเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ซึ่งใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรด้วย ไม่ต้องขอเลขใหม่แยกต่างหาก จากนั้นบริษัทต้องสมัครใช้ระบบยื่นภาษี จัดทำบัญชี จัดให้มีผู้ทำบัญชี และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากเข้าเกณฑ์ โดยบริษัทที่ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ เว้นแต่กิจการนั้นได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
WPK Notary ช่วยอะไรคุณได้บ้าง
ทีมงาน WPK Notary and Translation Services ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการ จองชื่อบริษัท จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ เอกสารประชุมจัดตั้ง และแบบคำขอจดทะเบียน ตลอดจนดำเนินการยื่นจดทะเบียนผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ครบถ้วนถูกต้อง
สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ เรายังให้บริการแปลเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น รวมถึงการรับรองลายมือชื่อ รับรองสำเนา และงานโนตารีเฉพาะกรณีที่หน่วยงาน ธนาคาร หรือคู่สัญญากำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. จดทะเบียนบริษัทใช้เวลานานแค่ไหน?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูล การลงลายมือชื่อของผู้เกี่ยวข้อง วิธีการยื่น และการตรวจสอบของนายทะเบียน หากชื่อผ่านการอนุมัติ เอกสารครบ และไม่มีประเด็นเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือแหล่งที่มาของเงินลงทุน กระบวนการมักดำเนินไปได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ไม่ควรคาดการณ์จำนวนวันตายตัวก่อนตรวจสอบเอกสาร
2. ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน?
บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน โดยผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้น ตามมาตรา 1097 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อจดทะเบียนแล้วควรรักษาจำนวนผู้ถือหุ้นไว้อย่างน้อย 2 คนต่อเนื่อง
3. ชาวต่างชาติเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทไทยได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้องตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น ประเภทธุรกิจ อำนาจควบคุม แหล่งเงินลงทุน และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บางกิจการต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ
4. หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
บริษัทควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท จัดให้มีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี สมัครระบบยื่นภาษี ดำเนินการเรื่องประกันสังคมหากมีลูกจ้าง จด VAT หากรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และขอใบอนุญาตเฉพาะกิจการตามความจำเป็น เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักจะใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของบริษัทโดยอัตโนมัติ
5. ถ้าเอกสารไม่ครบ จะเกิดอะไรขึ้น?
นายทะเบียนอาจให้แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม และอาจยังไม่รับจดทะเบียนจนกว่าข้อมูลจะครบ โดยเฉพาะกรณีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติ ทุนจดทะเบียนสูง หรือเอกสารทางการเงินไม่สอดคล้องกับจำนวนเงินลงทุน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
หากคุณกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจและไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ทีมงาน WPK Notary and Translation Services ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยดูแลขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทให้ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย
โดยสามารถทักแชทที่อยู่ทางด้านขวา หรือตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)
📧 Email: info@wpk-notary.com
📍 Facebook: WPK Notary
📲 Line: @wpknotary