มีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก ต่างจากกรณีไม่มีพินัยกรรมอย่างไร

มีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก ต่างจากกรณีไม่มีพินัยกรรมอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่า ถ้าพ่อแม่ทำพินัยกรรมและระบุชื่อลูกคนหนึ่งให้เป็น "ผู้จัดการมรดก" ไว้แล้ว พอพ่อแม่เสียชีวิต ลูกคนนั้นก็มีอำนาจจัดการมรดกได้ทันที ไม่ต้องไปศาล แม้ในทางกฎหมายส่วนนี้ถูก เพราะพินัยกรรมสามารถแต่งตั้งผู้จัดการมรดกได้โดยตรง แต่สิ่งที่หลายคนไม่ทราบคือ ในทางปฏิบัติ เมื่อต้องจัดการทรัพย์สินบางประเภท เช่น เงินฝากธนาคาร หลักทรัพย์ หรือที่ดิน หน่วยงานที่ถือทรัพย์มักกำหนดให้แสดงคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพิ่มเติม เพื่อยืนยันอำนาจและลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทเกี่ยวกับพินัยกรรม

บทความนี้จะอธิบายว่า "ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม" คืออะไร ต่างจากกรณีไม่มีข้อกำหนดตั้งผู้จัดการมรดกอย่างไร และเพราะเหตุใดในทางปฏิบัติจึงมักต้องขอคำสั่งศาลเพิ่มเติม

ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม คืออะไร

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711 "ผู้จัดการมรดก" หมายรวมถึงบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยพินัยกรรม หรือโดยคำสั่งศาล ส่วนมาตรา 1712 กำหนดไว้ว่า ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมอาจตั้งขึ้นได้ 2 ทาง คือ

  • โดยผู้ทำพินัยกรรมเอง เจ้ามรดกระบุชื่อบุคคลที่ต้องการให้เป็นผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมโดยตรง
  • โดยบุคคลซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรม ให้เป็นผู้ตั้ง เจ้ามรดกมอบหมายให้บุคคลหนึ่ง เช่น คู่สมรส ญาติ หรือทนายความที่ไว้ใจ เป็นผู้เลือกบุคคลที่เหมาะสมภายหลัง

มาตรา 1728 ยืนยันว่ากฎหมายรับรู้การเริ่มทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมแยกจากกรณีศาลตั้งไว้ชัดเจน โดยกำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รู้ถึงการตั้งแต่งตามพินัยกรรม (กรณีพินัยกรรม) หรือนับแต่วันเริ่มหน้าที่ตามคำสั่งศาล (กรณีศาลตั้ง) แสดงว่าฐานะผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลเสมอไป

ต่างจากกรณีไม่มีข้อกำหนดตั้งผู้จัดการมรดกอย่างไร

กรณีไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก (ตามที่เคยอธิบายไว้ในบทความ "ตั้งผู้จัดการมรดก ไม่มีพินัยกรรม ต้องทำยังไง") ทายาทมักตกลงกันว่าใครควรเป็นผู้ร้องขอ แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าทายาททุกคนต้องเห็นชอบก่อน ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการสามารถร้องต่อศาลได้เมื่อมีเหตุตามมาตรา 1713 และหากมีผู้คัดค้าน ศาลจะพิจารณาว่าบุคคลใดเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่กองมรดก

ส่วนกรณีมีพินัยกรรม ความแตกต่างหลักคือ "ตัวบุคคล" ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าโดยเจ้ามรดกเอง หากมีข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ศาลจะให้ความสำคัญแก่เจตนาของเจ้ามรดกและโดยหลักย่อมพิจารณาตั้งตามข้อกำหนดนั้น อย่างไรก็ดี ศาลยังต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของพินัยกรรม คุณสมบัติ ความสมัครใจ และความเหมาะสมของบุคคลดังกล่าว รวมถึงประโยชน์ของกองมรดกก่อนมีคำสั่ง ไม่ใช่การตั้งตามชื่อในพินัยกรรมโดยอัตโนมัติทุกกรณี รวมถึงทายาทโดยธรรมก็สามารถยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาได้ ศาลก็จะต้องพิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างถี่ถ้วนเช่นเดียวกันก่อนจะตั้งผู้จัดการมรดก

 

ประเด็นมีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีข้อกำหนดตั้งผู้จัดการมรดก
ที่มาของผู้จัดการมรดกแต่งตั้งไว้ตามพินัยกรรมศาลอาจตั้งตามคำร้องเมื่อมีเหตุตามมาตรา 1713
การเลือกบุคคลพินัยกรรมระบุบุคคลไว้ล่วงหน้า โดยศาลยังตรวจคุณสมบัติและความเหมาะสมเมื่อมีการร้องขอศาลพิจารณาตามประโยชน์ของกองมรดกและพฤติการณ์
ข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นความสมบูรณ์/การตีความพินัยกรรม คุณสมบัติของผู้ได้รับแต่งตั้งคุณสมบัติผู้ร้อง และความเห็นต่างระหว่างทายาท
ต้องมีคำสั่งศาลหรือไม่ไม่ใช่เงื่อนไขทางกฎหมายในทุกกรณี แต่ในทางปฏิบัติมักต้องขอสำหรับทรัพย์หรือหน่วยงานบางประเภทต้องร้องศาลเมื่อมีเหตุขัดข้องและจำเป็นต้องมีผู้จัดการมรดก

 

เหตุใดในทางปฏิบัติจึงมักต้องขอคำสั่งศาล แม้มีพินัยกรรมแล้ว

การระบุชื่อผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมทำให้บุคคลนั้นมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกทุกแห่งจะดำเนินการตามพินัยกรรมทันที ในกรณีที่ต้องถอนเงิน โอนหลักทรัพย์ หรือจดทะเบียนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร นายทะเบียน หรือผู้ครอบครองทรัพย์อาจต้องการคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เพื่อยืนยันว่าพินัยกรรมมีผล ผู้ได้รับแต่งตั้งมีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีข้อพิพาทที่กระทบต่ออำนาจจัดการมรดก ทั้งนี้ ระเบียบและเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันไปตามประเภทของทรัพย์สินและหน่วยงาน

ขั้นตอนการขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม

  1. รวบรวมเอกสาร — พินัยกรรมต้นฉบับพร้อมสำเนาสำหรับยื่นต่อศาลตามจำนวนที่ศาลกำหนด ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก บัญชีทรัพย์มรดก และเอกสารแสดงความสัมพันธ์ทางทายาท (เอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงและแนวปฏิบัติของแต่ละศาล)
  2. ยื่นคำร้องต่อศาล — ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อกำหนดพินัยกรรม
  3. ศาลนัดไต่สวน — เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของพินัยกรรม คุณสมบัติของผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1718 และรับฟังผู้มีส่วนได้เสียหากมีผู้คัดค้าน
  4. ศาลมีคำสั่งตั้ง — เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ขอคัดสำเนาคำสั่งและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดตามระยะเวลาของศาล เพื่อนำไปใช้กับหน่วยงานที่กำหนดให้ต้องแสดงเอกสารดังกล่าว

กรณีข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีผลบังคับ

มาตรา 1713(3) ระบุว่า หากข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆ เช่น บุคคลที่ระบุไว้เสียชีวิตไปก่อน ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 1718 หรือปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ กรณีนี้ศาลอาจพิจารณาตั้งบุคคลอื่นที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก โดยคำนึงถึงข้อกำหนดและเจตนาของเจ้ามรดกเท่าที่สามารถนำมาพิจารณาได้ ไม่ใช่การละทิ้งพินัยกรรมไปทั้งหมด

อำนาจหน้าที่และข้อควรระวัง

เมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้ว ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา 1719 คือทำการอันจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพินัยกรรม และจัดการหรือแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยทั่วไป โดยมาตรา 1720 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทโดยให้นำบทบัญญัติบางประการว่าด้วยตัวแทนมาใช้โดยอนุโลม และในระหว่างการจัดการมรดก ผู้จัดการมรดกทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของทายาททั้งปวง ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกเป็นของตนเองเพียงผู้เดียว

หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ จัดการมรดกโดยไม่สุจริต หรือมีเหตุอย่างอื่นอันสมควร ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1727 โดยต้องยื่นคำร้องก่อนที่การแบ่งปันมรดกจะเสร็จสิ้น

WPK ช่วยอะไรได้บ้าง

WPK Notary & Translation Services ให้บริการแปล รับรอง และตรวจสอบความครบถ้วนเบื้องต้นของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมรดก รวมถึงมีทนายความผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาและดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล โดยเฉพาะกรณีที่ทายาทหรือทรัพย์มรดกมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จนกว่าการตั้งผู้จัดการมรดกจะเสร็จสิ้น โดยจะอธิบายให้เข้าใจขั้นตอนง่ายๆ และดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. มีพินัยกรรมระบุชื่อผู้จัดการมรดกแล้ว ยังต้องไปศาลอีกหรือ?

ไม่จำเป็นต้องขอคำสั่งศาลในทุกกรณีตามตัวบทกฎหมาย เพราะพินัยกรรมสามารถแต่งตั้งผู้จัดการมรดกได้เอง อย่างไรก็ดี หากต้องจัดการเงินฝาก หลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่ต้องจดทะเบียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักกำหนดให้แสดงคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานและลักษณะทรัพย์สินก่อนดำเนินการ

2. ถ้าพินัยกรรมระบุชื่อคนที่เสียชีวิตไปก่อนแล้วให้เป็นผู้จัดการมรดก ต้องทำอย่างไร?

โดยทั่วไปอาจเป็นกรณีที่ข้อกำหนดตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีผลบังคับตามมาตรา 1713(3) ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ได้ ทั้งนี้ ควรตรวจข้อความในพินัยกรรมก่อน เพราะอาจมีการตั้งบุคคลสำรองไว้แล้ว

3. ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

ต้องไม่เป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย ตามมาตรา 1718

4. ทายาทคนอื่นคัดค้านชื่อผู้จัดการมรดกในพินัยกรรมได้ไหม?

ได้ หากมีเหตุทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริง เช่น พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ตามแบบ ผู้ได้รับแต่งตั้งขาดคุณสมบัติตามมาตรา 1718 หรือมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อประโยชน์ของกองมรดก ทั้งนี้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะกรณี

5. ใช้เวลานานแค่ไหนในการขอตั้งผู้จัดการมรดก?

ระยะเวลาแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของแต่ละคดี ภาระคดีความของแต่ละศาล และดุลยพินิจของศาล ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมกับกรณีของท่าน

 

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องผู้จัดการมรดก หรือเอกสารและการแปล?

หากท่านกำลังเตรียมยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม หรือต้องการความช่วยเหลือด้านเอกสารและการแปล WPK พร้อมให้คำปรึกษา

📧 Email: info@wpk-notary.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @wpknotary (ตอบไวที่สุด)