พินัยกรรมต้องทำยังไง ทำเองได้ไหม หรือต้องจ้างทนายทำ

พินัยกรรมต้องทำยังไง ทำเองได้ไหม หรือต้องจ้างทนายทำ

หลายคนคิดว่าการทำพินัยกรรมคือแค่หยิบกระดาษมาเขียนว่า "ยกทรัพย์สินให้ใคร" แล้วเซ็นชื่อก็เสร็จ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไทยกำหนดแบบของพินัยกรรมไว้ชัดเจนหลายรูปแบบ ถ้าทำไม่ถูกแบบหรือมีข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมาย พินัยกรรมทั้งฉบับหรือบางข้อกำหนดอาจเสียไป ทำให้ทรัพย์สินอาจไม่ได้ตกไปยังคนที่ต้องการจริงๆ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ พินัยกรรมต้องทำยังไง ทำเองได้ไหม หรือควรจ้างทนายทำให้

พินัยกรรมคืออะไร สำคัญแค่ไหนตามกฎหมายไทย

พินัยกรรมคือการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายของบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนหรือการต่างๆ ที่กฎหมายรับรองให้มีผลเมื่อตนถึงแก่ความตาย โดยต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 1646-1648) ข้อสังเกตคือพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องเป็น "เอกสาร" เสมอไป เพราะกฎหมายยังรับรองพินัยกรรมด้วยวาจาในพฤติการณ์พิเศษด้วย

หากไม่มีพินัยกรรมที่มีผลใช้บังคับ ทรัพย์มรดกจะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามหลักที่กฎหมายกำหนดไว้ (มาตรา 1629) ซึ่งกำหนดลำดับญาติไว้ 6 ลำดับ และในกรณีที่มีคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ คู่สมรสก็เป็นทายาทโดยธรรมด้วยเช่นกัน โดยสิทธิและส่วนแบ่งของคู่สมรสเป็นไปตามบทบัญญัติพิเศษในมาตรา 1635 ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการจริงของเจ้าของทรัพย์สินเสมอไป การมีพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดข้อพิพาทระหว่างทายาทและทำให้ทรัพย์สินตกไปยังคนที่ต้องการจริงๆ

พินัยกรรมมีกี่แบบ ตามกฎหมายไทย

กฎหมายไทยกำหนดพินัยกรรมที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไว้ 5 แบบหลัก ได้แก่ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบด้วยวาจา นอกจากนี้มาตรา 1667 ยังมีกฎเฉพาะสำหรับคนในบังคับไทยที่ทำพินัยกรรมในต่างประเทศ (จะเลือกทำตามกฎหมายของประเทศนั้น หรือตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนดก็ได้)

พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา 1656) เป็นแบบที่ใช้กันมากที่สุด ต้องทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปีที่ทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน โดยพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นด้วย ถ้ามีการขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขข้อความ ก็ต้องทำตามแบบพิธีเดียวกัน มิฉะนั้นการแก้ไขนั้นถือเป็นอันไม่สมบูรณ์

พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657) คือการที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อ โดยไม่ต้องมีพยาน แต่ทุกตัวอักษรต้องเป็นลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเองทั้งหมด หากมีส่วนใดพิมพ์หรือให้คนอื่นเขียนแทนแม้เพียงบางส่วน จะไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรมแบบนี้อีกต่อไป

พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658-1659) ทำโดยไปแจ้งความประสงค์ต่อนายอำเภอ (หรือผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพฯ) พร้อมพยานอย่างน้อย 2 คน นายอำเภอจะจดข้อความและอ่านให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง เมื่อทุกฝ่ายยืนยันว่าถูกต้องแล้วจึงลงลายมือชื่อ นายอำเภอลงลายมือชื่อ ประทับตราตำแหน่ง และบันทึกวันเดือนปีที่ทำ ข้อดีที่พูดได้อย่างปลอดภัยคือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดทำและมีการเก็บรักษาต้นฉบับไว้ที่หน่วยงานราชการ ซึ่งช่วยเรื่องหลักฐานและการตรวจสอบที่มาของเอกสารได้

นอกจากนี้ยังมีพินัยกรรมแบบเอกสารลับ และพินัยกรรมด้วยวาจา ซึ่งทำได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษจนไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่น อยู่ในอันตรายใกล้ความตาย เกิดโรคระบาด หรือสงคราม โดยต้องแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน แล้วพยานต้องไปแจ้งต่อนายอำเภอโดยมิชักช้า (มาตรา 1663) และความสมบูรณ์ของพินัยกรรมด้วยวาจาจะสิ้นไปเมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนนับแต่ผู้ทำพินัยกรรมกลับมาอยู่ในฐานะที่จะทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ (มาตรา 1664)

ทั้งนี้ มาตรา 1670 กำหนดว่าบุคคลบางประเภทเป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้ ได้แก่ ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง นอกจากนี้ มาตรา 1653 ยังกำหนดว่าผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดังกล่าว จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ (และเจ้าพนักงานผู้บันทึกพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองก็ถือเสมือนเป็นผู้เขียนตามหลักนี้ด้วย)

ทำพินัยกรรมเองได้ไหม ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

ทำเองได้ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องให้ทนายเป็นผู้ร่าง แต่ต้องระวังทั้ง "แบบพิธี" และ "เนื้อหา" ของพินัยกรรม เพราะความผิดพลาดบางอย่างอาจทำให้พินัยกรรมเสียไปทั้งฉบับ ขณะที่บางกรณีอาจทำให้เฉพาะข้อกำหนดบางข้อไม่มีผลใช้บังคับ

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย เช่น พยานไม่ได้อยู่พร้อมกันในเวลาที่กฎหมายกำหนด การทำพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับแต่ข้อความมิได้เขียนด้วยลายมือของผู้ทำทั้งหมด การเลือกพยานที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 1670 หรือให้ผู้เขียน/พยาน/คู่สมรสของบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้รับทรัพย์ตามมาตรา 1653 ความผิดพลาดประเภทนี้เกี่ยวกับแบบพิธีตามมาตรา 1705 ซึ่งอาจทำให้พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมเสียไป

ส่วนความผิดพลาดด้านเนื้อหา เช่น การระบุตัวผู้รับพินัยกรรมหรือทรัพย์สินที่ยกให้ไม่ชัดเจนจนไม่อาจทราบแน่นอนได้ หรือตั้งเงื่อนไขที่ขัดต่อมาตรา 1706 มักทำให้เฉพาะข้อกำหนดนั้นเป็นโมฆะ ไม่ใช่พินัยกรรมทั้งฉบับเสมอไป (ส่วนข้อกำหนดอื่นในพินัยกรรมฉบับเดียวกันอาจยังมีผลอยู่) ส่วนกรณียกทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของตนเอง (เช่น สินสมรสที่เป็นของคู่สมรสด้วย) โดยทั่วไปข้อกำหนดนั้นจะไม่มีผลเหนือทรัพย์ส่วนของบุคคลอื่น มากกว่าจะทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับเป็นโมฆะ

สรุปคือ ผลทางกฎหมายของความผิดพลาดแต่ละแบบไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจสอบให้รอบคอบว่าความผิดพลาดที่พบเป็นเรื่อง "แบบ" ที่กระทบทั้งฉบับ หรือเป็นเรื่อง "เนื้อหา" ที่กระทบเฉพาะข้อกำหนดนั้น

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายทำพินัยกรรม

การจ้างทนายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมรดกช่วยลดความเสี่ยงเรื่องแบบพิธีและเนื้อหาได้มาก และเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นในกรณีที่ทรัพย์สินมีความซับซ้อน เช่น มีทรัพย์สินหลายประเภทหรืออยู่หลายจังหวัด มีธุรกิจหรือหุ้นที่ต้องวางแผนการโอน มีทายาทหลายคนที่อาจมีความขัดแย้งกันได้ ต้องการตั้งเงื่อนไขพิเศษในการรับมรดก หรือต้องการแก้ไข/เพิกถอนพินัยกรรมฉบับเดิม ทนายสามารถช่วยร่างข้อความให้ชัดเจน ตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่ระบุเป็นของผู้ทำพินัยกรรมจริง และดูแลขั้นตอนพยานให้ครบถ้วนตามแบบที่กฎหมายกำหนด

ขั้นตอนการทำพินัยกรรมโดยสรุป

  • ตัดสินใจเลือกแบบพินัยกรรมที่เหมาะกับสถานการณ์
  • ร่างข้อความ ระบุทรัพย์สินและผู้รับให้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ และตรวจสอบว่าไม่ขัดมาตรา 1653 หรือ 1706
  • จัดหาพยานที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 1670 อย่างน้อย 2 คน (ยกเว้นแบบเขียนเองทั้งฉบับ)
  • ลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ตามแบบพิธีของพินัยกรรมแบบที่เลือก
  • เก็บรักษาพินัยกรรมให้ปลอดภัย และแจ้งให้บุคคลที่ไว้วางใจทราบว่าเก็บไว้ที่ไหน

ข้อมูลและเอกสารที่ควรเตรียม

สำหรับพินัยกรรมแบบธรรมดาหรือแบบเขียนเองทั้งฉบับ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องยื่นสำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของแบบตามมาตรา 1656 หรือ 1657 แต่การเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ไว้จะช่วยให้การร่างพินัยกรรมถูกต้องและชัดเจนขึ้นมาก ไม่ว่าจะเขียนเองหรือให้ทนายช่วยร่าง ได้แก่ ข้อมูลประจำตัวของผู้ทำพินัยกรรม เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จะระบุในพินัยกรรม (เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร) ข้อมูลผู้รับพินัยกรรมที่ระบุตัวได้ชัดเจน และข้อมูลของพยาน หากเลือกทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือแบบเอกสารลับที่อำเภอ/สำนักงานเขต ควรตรวจสอบหลักฐานแสดงตัวบุคคลที่หน่วยงานนั้นต้องการล่วงหน้า เนื่องจากกฎกระทรวงว่าด้วยการทำพินัยกรรมฉบับปัจจุบันได้ปรับปรุงมาตรฐานการแสดงหลักฐานตัวบุคคลให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ

ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม

ควรแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือค่าบริการทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญในการร่างพินัยกรรม ซึ่งไม่มีอัตราตายตัว ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของทรัพย์สินและข้อกำหนดที่ต้องการ แนะนำให้ติดต่อ WPK เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาตามสถานการณ์ของคุณโดยตรง

ส่วนที่สองคือค่าธรรมเนียมราชการ กรณีเลือกทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือแบบเอกสารลับผ่านที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ปัจจุบันมีการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงการทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดกฉบับใหม่ (มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 24 มีนาคม 2569) ซึ่งกำหนดไว้โดยสรุปคือ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำ ณ ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต ฉบับละ 250 บาท หากทำนอกที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต ฉบับละ 500 บาท พินัยกรรมแบบเอกสารลับ ฉบับละ 250 บาท และค่าคัดสำเนา/รับรองสำเนา ฉบับละ 50 บาท ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับจริง ณ วันที่ยื่นคำขอกับอำเภอ/สำนักงานเขตอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีประกาศเพิ่มเติมหรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมในบางกรณี (เช่น ผู้ประสบสาธารณภัย)

WPK ช่วยอะไรได้บ้าง

WPK Notary and Translation Services ให้บริการร่างพินัยกรรมโดยตรวจสอบให้ถูกต้องทั้งแบบพิธีและเนื้อหาตามที่กฎหมายกำหนด ให้คำแนะนำว่าแบบใดเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ ช่วยประสานงานเรื่องพยานที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และรองรับกรณีที่คุณมีทรัพย์สินหรือทายาทที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ซึ่งอาจต้องใช้การแปลและรับรองเอกสารควบคู่กันไป

คำถามที่พบบ่อย

พินัยกรรมทำเองแล้วไม่มีพยานได้ไหม

ได้ เฉพาะแบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657) ซึ่งต้องเขียนด้วยลายมือผู้ทำพินัยกรรมเองทั้งหมด แบบอื่นๆ ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน

พินัยกรรมที่เขียนเองต้องไปจดทะเบียนที่อำเภอไหม

ไม่ต้อง พินัยกรรมแบบธรรมดาและแบบเขียนเองทั้งฉบับมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายโดยไม่ต้องนำไปจดทะเบียน แต่การทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดทำและเก็บรักษาต้นฉบับไว้

ผู้เสมือนไร้ความสามารถหรือผู้เยาว์เป็นพยานในพินัยกรรมได้ไหม

ไม่ได้ ตามมาตรา 1670 ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และผู้ที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง ไม่สามารถเป็นพยานในการทำพินัยกรรมได้

เขียนพินัยกรรมแล้ว เปลี่ยนใจแก้ไขหรือเพิกถอนทีหลังได้ไหม

ได้ แต่ต้องแยกว่าจะแก้ไขข้อความในพินัยกรรมฉบับเดิม หรือจะเพิกถอน/ทำพินัยกรรมฉบับใหม่ เพราะแต่ละกรณีมีหลักเกณฑ์ต่างกัน การทำพินัยกรรมฉบับใหม่เพื่อเพิกถอนฉบับเดิมไม่จำเป็นต้องใช้แบบเดียวกับฉบับเดิม แต่ฉบับใหม่ต้องทำให้ถูกต้องตามแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายรับรอง (มาตรา 1694) และยังสามารถเพิกถอนได้โดยการทำลายหรือขีดฆ่าต้นฉบับตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 1695)

ถ้าพินัยกรรมมีข้อผิดพลาด จะเกิดอะไรขึ้น

ขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อผิดพลาด หากเป็นข้อผิดพลาดด้านแบบพิธีที่กระทบทั้งฉบับ พินัยกรรมทั้งฉบับอาจเสียไปและทรัพย์มรดกจะตกทอดตามหลักทายาทโดยธรรม แต่ถ้าเป็นเพียงข้อกำหนดบางข้อที่ขัดต่อกฎหมาย (เช่น ระบุผู้รับหรือทรัพย์สินไม่ชัดเจน) มักมีผลเฉพาะข้อกำหนดนั้น ส่วนข้อกำหนดอื่นในพินัยกรรมฉบับเดียวกันอาจยังใช้บังคับได้ตามปกติ

สรุป: พินัยกรรมต้องทำยังไงให้ปลอดภัยที่สุด

พินัยกรรมต้องทำยังไงให้มีผลตามกฎหมายจริง คำตอบสั้นๆ คือต้องเลือกแบบที่เหมาะสม ทำให้ถูกแบบพิธีตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด และเขียนเนื้อหาให้ชัดเจนไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเขียนเองหรือจ้างทนาย ความเสี่ยงอยู่ทั้งที่รายละเอียดทางแบบพิธีและเนื้อหาที่มักถูกมองข้าม หากไม่มั่นใจว่าจะทำเองได้ถูกต้อง การให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบหรือร่างให้ตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันไม่ให้ความตั้งใจสุดท้ายของคุณต้องเสียไป

อ่านเพิ่มเติม

ตั้งผู้จัดการมรดก ไม่มีพินัยกรรม ต้องทำยังไง

มีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก ต่างจากกรณีไม่มีพินัยกรรมอย่างไร

คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก นำไปใช้ต่างประเทศ ต้องแปล รับรองคำแปล และนิติกรณ์อย่างไร

โดยสามารถทักแชทที่อยู่ทางด้านขวา หรือตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

📧 Email: info@wpk-notary.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @wpknotary