บริษัทคู่ค้าที่คุยกันมาสามเดือนส่ง Letter of Intent (LOI) ยาว 4 หน้ามาให้คุณเซ็นภายในสัปดาห์นี้ เขาบอกว่าเอกสารนี้แค่แสดงความตั้งใจ ยังไม่ผูกพันอะไร ก่อนจับปากกา คุณควรรู้ให้ชัดว่า LOI มีผลผูกพันไหม และถ้าผูกพัน ผูกพันข้อไหน
พอเปิดอ่านจริง คุณเจอข้อ Exclusivity 90 วัน กับข้อ Confidentiality ที่ห้ามเปิดเผยเรื่องที่คุยกันทั้งหมด
เราเห็นเอกสารแบบนี้บ่อย ส่วนที่คุยราคากับโครงสร้างดีลมักยังไม่ผูกพัน แต่ข้อห้ามคุยกับผู้ซื้อรายอื่นและข้อรักษาความลับมักเขียนให้ผูกพันทันทีที่เซ็น
LOI คืออะไร กฎหมายไทยมองยังไง
LOI หรือหนังสือแสดงเจตจำนง คือเอกสารที่คู่เจรจาทำไว้ก่อนสัญญาหลัก เพื่อบันทึกเงื่อนไขที่ตกลงกันได้แล้ว เช่น ราคาและโครงสร้างดีล ใช้บ่อยในการซื้อหุ้นและการร่วมทุน
กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติเรื่อง LOI โดยตรง การดูว่า LOI ผูกพันแค่ไหนจึงใช้หลักสัญญาทั่วไป และอ่านจากเนื้อหาของแต่ละข้อ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171 ให้ตีความการแสดงเจตนาโดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร ส่วนมาตรา 368 ให้ตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย
มาตรา 366 คือมาตราที่ต้องอ่านก่อนเซ็น
มาตรา 366 วรรคหนึ่ง วางหลักว่าถ้าคู่สัญญาแม้เพียงฝ่ายเดียวแสดงไว้ว่าข้อใดเป็นสาระสำคัญที่ต้องตกลงกันให้หมดทุกข้อ ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่หมด เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ให้นับว่ายังไม่มีสัญญาต่อกัน และ “การที่ได้ทำความเข้าใจกันไว้เฉพาะบางสิ่งบางอย่าง ถึงแม้ว่าจะได้จดลงไว้ก็หาเป็นการผูกพันไม่”
วรรคสอง วางหลักว่าถ้าตกลงกันว่าสัญญาที่มุ่งจะทำต้องทำเป็นหนังสือ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ให้นับว่ายังไม่มีสัญญาจนกว่าจะทำขึ้นเป็นหนังสือ
LOI จำนวนมากเขียนไว้ว่าดีลจะเกิดเมื่อเซ็นสัญญาฉบับสมบูรณ์ (definitive agreement) ซึ่งเข้ากับวรรคสองพอดี
แต่ให้สังเกตคำว่า “เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย” มาตรานี้เป็นข้อสันนิษฐาน ถ้าทั้งสองฝ่ายเริ่มทำตามดีลกันแล้ว เช่น จ่ายเงินมัดจำหรือโอนหุ้น อีกฝ่ายอาจโต้แย้งได้ว่าสัญญาเกิดขึ้นแล้วแม้ยังไม่ได้เซ็นฉบับสมบูรณ์
LOI มีผลผูกพันไหม แยกดูทีละข้อ
LOI ที่ร่างดีจะแบ่งให้เห็นชัดว่าข้อไหนผูกพัน ข้อไหนไม่ผูกพัน ในทางปฏิบัติมักแบ่งแบบนี้
ข้อที่มักเขียนให้ไม่ผูกพัน (non-binding)
- ราคาหรือมูลค่าดีลที่เสนอ
- โครงสร้างดีล เช่น ซื้อหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่
- กำหนดเวลาโดยประมาณของการเจรจา
- เงื่อนไขก่อนปิดดีล เช่น ผลตรวจสอบกิจการต้องเป็นที่พอใจ
ข้อที่มักเขียนให้ผูกพันทันที (binding)
- Exclusivity ห้ามคุณเจรจากับผู้ซื้อหรือผู้ร่วมทุนรายอื่นในช่วงเวลาที่กำหนด
- Confidentiality ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับระหว่างเจรจา
- ค่าใช้จ่ายของแต่ละฝ่าย เช่น ค่าที่ปรึกษาและค่าตรวจสอบกิจการ
- กฎหมายที่ใช้บังคับและวิธีระงับข้อพิพาท
- เหตุที่ทำให้ LOI สิ้นสุด
ถ้าคุณเซ็น LOI ที่ระบุว่าข้อกลุ่มหลังผูกพัน ให้ถือว่าต้องทำตาม การผิดข้อ Exclusivity หรือ Confidentiality อาจถูกเรียกค่าเสียหายได้ แม้ดีลหลักจะไม่เกิดเลย
เซ็น LOI แล้วถอนตัวได้ไหม
ถ้า LOI เขียนชัดว่าดีลหลักยังไม่ผูกพันจนกว่าจะเซ็นสัญญาฉบับสมบูรณ์ โดยทั่วไปคุณปฏิเสธไม่เซ็นสัญญาหลักได้ ตามข้อสันนิษฐานในมาตรา 366 วรรคสอง
ข้อที่ผูกพันยังอยู่ต่อ ถ้า Exclusivity กำหนด 90 วัน คุณยังคุยกับผู้ซื้อรายอื่นไม่ได้จนครบกำหนดหรือจน LOI สิ้นสุดตามที่เขียนไว้ หน้าที่รักษาความลับก็มักมีผลต่อไปอีกหลายปี
จุดที่เสี่ยงที่สุดคือ LOI ที่ใช้คำว่า the Seller shall sell แทน intend to และไม่แยกข้อ binding กับ non-binding เลย เอกสารแบบนี้เปิดช่องให้อีกฝ่ายอ้างว่าตกลงกันครบแล้ว อ่านเพิ่มเรื่องลงลายมือชื่อแล้วเปลี่ยนใจได้ไหม
5 จุดที่ต้องเช็กก่อนเซ็น LOI กับคู่ค้าต่างชาติ
- หาข้อที่แยก binding กับ non-binding ถ้าไม่มี ให้ขอเพิ่มก่อนเซ็น และระบุชื่อข้อที่ผูกพันให้ครบ
- อ่านคำกริยาทุกข้อในส่วนที่ไม่ผูกพัน คำว่า shall หรือ agree to อ่านแล้วเหมือนหน้าที่ ส่วน intend to หรือ propose อ่านแล้วเป็นความตั้งใจ
- ดูข้อ Exclusivity ให้ละเอียด มีผลกี่วัน ห้ามอะไรบ้าง และอีกฝ่ายถอนตัวก่อนได้ไหม ถ้าเขาถอนแล้ว คุณพ้นจากข้อนี้ทันทีหรือเปล่า
- เทียบข้อ Confidentiality กับ NDA ที่เซ็นไปแล้ว ถ้ามี NDA แยกอยู่ก่อน สองฉบับไม่ควรขัดกัน ดูข้อที่สัญญา NDA ต้องมี
- เช็กกฎหมายที่ใช้บังคับและภาษา ข้อวิเคราะห์ข้างบนใช้กฎหมายไทย ถ้า LOI เลือกกฎหมายญี่ปุ่นหรือประเทศอื่น ผลอาจต่างจากที่อธิบายไว้ ควรปรึกษาทนายที่รู้กฎหมายนั้นก่อนเซ็น ถ้าคุณอ่านภาษาของ LOI ไม่คล่อง ให้ทำฉบับสองภาษาที่ระบุว่าฉบับไหนมีผลเหนือกว่า (ดูการแปลสัญญากับการร่างสัญญาสองภาษา)
ข้อมูลและเอกสารที่ควรเตรียมก่อนให้ทนายตรวจ
- LOI ฉบับล่าสุด และอีเมลหรือแชทที่คุยเงื่อนไขกันมา
- ลักษณะดีล เช่น ขายหุ้น ร่วมทุน หรือขายทรัพย์สินของกิจการ
- กำหนดเวลาที่อีกฝ่ายขอให้เซ็น
- NDA หรือเอกสารอื่นที่เซ็นกับคู่ค้ารายนี้ไปแล้ว
- ประเทศของคู่ค้า และภาษาที่ใช้เจรจา
ข้อควรทราบ ⚠️ LOI จะผูกพันแค่ไหนขึ้นอยู่กับถ้อยคำในเอกสารและกฎหมายที่ใช้บังคับ ถ้าเกิดข้อพิพาท ศาลหรืออนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด เราไม่สามารถรับประกันผลคดีได้ |
WPK ช่วยอะไรเรื่อง LOI ได้บ้าง
- ตรวจ LOI ที่คู่ค้าส่งมาก่อนคุณเซ็น และชี้ว่าข้อไหนผูกพัน ข้อไหนเปิดช่องให้ตีความว่าดีลเกิดแล้ว
- ร่าง LOI สองภาษา โดยแยกข้อ binding กับ non-binding ให้ชัดตั้งแต่ต้น
- แปล LOI ที่คุณได้รับมา ทั้งจากภาษาต่างประเทศเป็นไทยและจากไทยเป็นภาษาอื่น เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สเปน เป็นต้น
- ร่างสัญญาหลักต่อจาก LOI เช่น สัญญาซื้อขายหุ้น หรือสัญญาร่วมทุน ให้เงื่อนไขตรงกับที่ตกลงไว้
ทีมของเราเป็นทนายความหลายคน ประสบการณ์กว่า 10 ปี เราเซ็น NDA กับคุณก่อนเริ่มงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้าเราร่างหรือแปลผิดเอง เราแก้ให้ฟรี
คำถามที่พบบ่อย
LOI กับ MOU ต่างกันยังไง
ทั้งสองเป็นเอกสารก่อนทำสัญญาหลัก และกฎหมายไทยตัดสินความผูกพันจากเนื้อหาและเจตนา ชื่อเอกสารจึงชี้ขาดเรื่องนี้ไม่ได้ อ่านต่อเรื่องสัญญาที่ควรมีเมื่อทำธุรกิจกับต่างชาติ
LOI มีผลผูกพันไหม ถ้าเขียนว่า non-binding
ส่วนที่เขียนว่า non-binding โดยทั่วไปยังไม่ผูกพัน แต่ข้อที่ LOI ระบุว่า binding เช่น Exclusivity และ Confidentiality โดยทั่วไปมีผลตั้งแต่เซ็นตามที่เขียนไว้ ให้อ่านว่าคำว่า non-binding ครอบคลุมทั้งฉบับ หรือมีข้อยกเว้นท้ายประโยค
เซ็น LOI แล้ว ไม่ทำสัญญาหลักได้ไหม
ถ้า LOI ระบุว่าดีลเกิดเมื่อเซ็นสัญญาฉบับสมบูรณ์ และคุณยังไม่ได้เริ่มทำตามดีล โดยทั่วไปคุณปฏิเสธไม่เซ็นสัญญาหลักได้ แต่ยังต้องทำตามข้อที่ผูกพันใน LOI ต่อไปจนครบกำหนด
สรุป
LOI มีผลผูกพันไหม คำตอบอยู่ในถ้อยคำของแต่ละข้อ ราคาและโครงสร้างดีลมักยังไม่ผูกพันตามมาตรา 366 ถ้าเขียนไว้ว่าต้องรอสัญญาฉบับสมบูรณ์ ขณะที่ข้อ Exclusivity และ Confidentiality มักผูกพันทันทีที่เซ็น
ก่อนเซ็น ให้หาข้อที่แยก binding กับ non-binding ให้เจอ ถ้าหาไม่เจอ ให้ขอแก้ก่อน
หากต้องการให้เราตรวจหรือร่าง LOI ของคุณ ส่งเอกสารและรายละเอียดดีลมาได้
ติดต่อ WPK โดยสามารถทักแชทตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด) 📧 Email: info@wpk-notary.com 📍 Facebook: WPK Notary 📲 Line: @wpknotary |