ข้ามไปที่เนื้อหา

ข้อตกลงผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ต้องเขียนข้อไหนบ้าง

โดย WPK Notary and Translation Services

ข้อตกลงผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ต้องเขียนข้อไหนบ้าง

ผู้ร่วมลงทุนชาวต่างชาติส่งข้อตกลงผู้ถือหุ้นภาษาอังกฤษมาให้ 20 หน้า คุณเซ็นไปเพราะคิดว่าเอกสารครบแล้ว สองปีต่อมาเขาจะขายหุ้นให้คนนอก ข้อตกลงเขียนว่าต้องเสนอขายให้คุณก่อน แต่ข้อบังคับที่จดไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเป็นแบบฟอร์มเดิมที่ไม่มีข้อนี้

ถึงตอนนั้นคุณจึงเพิ่งรู้ว่า สัญญาที่เซ็นไปผูกพันบริษัทได้ไม่ครบทุกข้อ

ข้อตกลงผู้ถือหุ้น กับ ข้อบังคับบริษัท ต่างกันอย่างไร

ข้อบังคับคือหลักเกณฑ์ภายในของบริษัทที่จดทะเบียนไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1144 ให้กรรมการจัดการบริษัทตามข้อบังคับ การแก้ข้อบังคับต้องทำโดยมติพิเศษ (มาตรา 1145) และบริษัทต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติ (มาตรา 1146)

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นเป็นสัญญา ผูกพันคู่สัญญาที่ลงนาม ซึ่งรวมถึงบริษัทถ้าบริษัทเข้าเป็นคู่สัญญาด้วย แต่ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ลงนามไม่ผูกพันตาม และข้อตกลงใช้ข้ามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้ไม่ได้

ข้อที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท โดยเฉพาะข้อจำกัดการโอนหุ้น ควรเขียนไว้ในข้อบังคับด้วย ส่วนเรื่องระหว่างคู่สัญญา เช่น การรักษาความลับ อยู่ในข้อตกลงผู้ถือหุ้นอย่างเดียวได้ ถ้าคู่สัญญาฝ่าฝืน ผู้เสียหายเรียกให้ปฏิบัติตามสัญญาหรือเรียกค่าเสียหายได้ (มาตรา 213) ส่วนจะบังคับได้แค่ไหนขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรมีข้อไหนบ้าง

1. การโอนหุ้นและสิทธิซื้อก่อน

มาตรา 1129 ให้หุ้นโอนกันได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นที่ข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าข้อบังคับไม่ได้จำกัดไว้ ผู้ถือหุ้นต่างชาติก็โอนหุ้นให้ใครก็ได้ รวมถึงคู่แข่งของคุณ

เมื่อข้อจำกัดอยู่ในข้อบังคับ ศาลบังคับให้ได้จริง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3829/2564 วินิจฉัยว่าข้อบังคับที่จดทะเบียนไว้ผูกพันเป็นสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัท ผู้ถือหุ้นที่โอนหุ้นให้บุตรโดยไม่บอกกล่าวให้ผู้ถือหุ้นเดิมมีโอกาสรับโอนก่อนตามข้อบังคับ จึงถูกฟ้องเพิกถอนการโอนได้

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นจึงควรกำหนดสิทธิซื้อก่อน วิธีคำนวณราคา และระยะเวลาตอบรับ แล้วนำข้อจำกัดเดียวกันไปใส่ในข้อบังคับ และให้ผู้ซื้อหุ้นรายใหม่ลงนามยอมผูกพันตามข้อตกลง (Deed of Adherence) ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามสัญญา แยกจากแบบการโอนตามกฎหมาย

แบบนั้นอยู่ในมาตรา 1129 เช่นกัน การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อ มีพยานรับรองอย่างน้อย 1 คน ไม่อย่างนั้นเป็นโมฆะ หนังสือโอนต้องระบุเลขหมายหุ้นด้วย และจะใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อจดแจ้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว

2. เรื่องที่ต้องได้เสียงทุกฝ่าย และทางออกเมื่อเสียงตัน

มติพิเศษต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (มาตรา 1194) แล้วเสียงนับอย่างไร? มาตรา 1190 ให้ลงมติด้วยการชูมือ เว้นแต่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนขอลงคะแนนลับ และมาตรา 1182 นับการชูมือคนละ 1 เสียง ลงคะแนนลับนับตามจำนวนหุ้น

สมมติคุณถือหุ้น 51% ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือ 49% ถ้าลงคะแนนตามจำนวนหุ้นและทั้งสองฝ่ายเข้าประชุม คุณผ่านมติพิเศษลำพังไม่ได้ อีกฝ่ายจึงคัดค้านการแก้ข้อบังคับหรือการเพิ่มทุน (มาตรา 1220) ได้ ส่วนมติที่ใช้เสียงข้างมาก ฝ่าย 51% มีเสียงพอ แต่ถ้าชูมือ ผลจะต่างไปทันที เพราะสองฝ่ายมีฝ่ายละ 1 เสียง ข้อตกลงจึงควรเขียนวิธีลงคะแนนให้ชัด ให้ตรงกับข้อบังคับ

จากนั้นกำหนด “เรื่องสงวน” ที่ต้องได้ความเห็นชอบจากทุกฝ่าย เช่น กู้เงินเกินวงเงินที่ตั้งไว้ หรือทำสัญญากับบริษัทในเครือของผู้ถือหุ้น พร้อมทางออกเมื่อตกลงกันไม่ได้ เช่น ให้ฝ่ายหนึ่งซื้อหุ้นของอีกฝ่าย

ตกลงเรื่องเพิ่มทุนไว้ด้วย มาตรา 1222 ให้เสนอหุ้นออกใหม่แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ฝ่ายที่ไม่ลงเงินเพิ่มก็ถือหุ้นน้อยลง สัญญาควรเขียนว่าถ้าเกิดกรณีนี้จะทำอย่างไร

3. กรรมการและอำนาจลงนาม

แต่ละฝ่ายเสนอชื่อกรรมการได้กี่คน ใครลงนามผูกพันบริษัท ลงคนเดียวหรือลงร่วม ต้องตรงกับอำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้ สิทธิเสนอชื่อในข้อตกลงยังไม่ทำให้คนนั้นเป็นกรรมการทันที บริษัทต้องแต่งตั้งและจดทะเบียนตามกฎหมายและข้อบังคับก่อน

4. การออกจากบริษัท

เขียนว่าเหตุใดที่ฝ่ายหนึ่งต้องขายหุ้น เช่น ผิดสัญญาร้ายแรง หรือบริษัทแม่ของผู้ถือหุ้นต่างชาติเปลี่ยนผู้ควบคุม และประเมินราคาหุ้นอย่างไร ถ้าไม่เขียนไว้ วันที่อยากแยกทางกันคือวันที่ต่อรองยากที่สุด

5. ภาษา กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท

ข้อตกลงสองภาษาต้องระบุว่าจะยึดฉบับไหนเมื่อความหมายไม่ตรงกัน ใช้กฎหมายประเทศใด และระงับข้อพิพาทที่ไหน แม้เลือกกฎหมายต่างประเทศให้ใช้กับตัวสัญญา บริษัทที่จดทะเบียนในไทยก็ยังอยู่ใต้กฎหมายไทย ดูการแปลสัญญา vs. การร่างสัญญาสองภาษา

ขั้นตอนทำข้อตกลงผู้ถือหุ้นให้ใช้ได้จริง

  1. ตกลงเงื่อนไขธุรกิจให้จบก่อนร่าง ระหว่างผู้ถือหุ้นทุกฝ่าย ระยะเวลาขึ้นกับการเจรจา
  2. ร่างข้อตกลงผู้ถือหุ้นสองภาษา และระบุฉบับที่ใช้บังคับ
  3. แก้ข้อบังคับให้ตรงกัน ส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน (มาตรา 1175) ลงมติพิเศษ แล้วยื่นจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติ ระยะเวลาพิจารณาขึ้นกับนายทะเบียน
  4. ลงนาม ข้อกำหนดเรื่องรับรองลายมือชื่อของตัวข้อตกลงกับของเอกสารที่ยื่นจดทะเบียนอาจต่างกัน ตรวจแยกทีละเอกสาร

ถ้าต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หรือมีคนต่างด้าวเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยหรือกรรมการผู้มีอำนาจ ให้ตรวจเอกสารเพิ่มตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 (มีผล 1 สิงหาคม 2569) ดูคำสั่งนอมินี 2569 ฉบับใหม่

ข้อมูลและเอกสารที่ควรเตรียม

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลฉบับล่าสุด
  • ข้อบังคับบริษัทที่จดทะเบียนไว้
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) คู่กับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น เพราะสำเนา บอจ.5 ระบุแล้วว่าไม่ใช่การรับรองสถานะผู้ถือหุ้นที่แท้จริง

ข้อที่ทำให้ดูเหมือนนอมินี

ระวังข้อตกลงที่ผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นข้างมากตามทะเบียน แต่ไม่ได้ลงเงินจริง ไม่ได้รับเงินปันผล หรือต้องลงนามในเอกสารโอนหุ้นทิ้งไว้ล่วงหน้า ข้อแบบนี้อาจถูกมองว่าเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเสี่ยงทั้งสองฝ่ายตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หน่วยงานจะดูข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ใครลงเงินและใครควบคุมบริษัทจริง ก่อนร่างจึงควรตรวจด้วยว่ากิจการของบริษัทติดข้อจำกัดตามกฎหมายนี้หรือไม่ ดูเป็นนอมินีให้ต่างชาติ ผิดกฎหมายไหม เสี่ยงอะไรบ้าง

WPK ช่วยอะไรได้

  • ร่างและตรวจสัญญา ร่างข้อตกลงผู้ถือหุ้นคู่กับข้อบังคับให้สอดคล้องกัน หรือตรวจร่างที่อีกฝ่ายส่งมา
  • แปลสัญญาสองภาษา ได้หลายภาษา ทนายความตรวจคำแปลก่อนส่ง
  • รับรองลายมือชื่อและเอกสาร โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) เมื่อหน่วยงานที่รับเอกสารต้องการ

การรับจดทะเบียนเป็นอำนาจของนายทะเบียน และข้อพิพาทเป็นอำนาจของศาลหรืออนุญาโตตุลาการ เราจึงไม่รับประกันผลการพิจารณา

คำถามที่พบบ่อย

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไหม

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นมีผลระหว่างคู่สัญญาได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน สิ่งที่มาตรา 1146 ให้จดทะเบียนคือข้อบังคับ ข้อที่ต้องผูกพันบริษัท เช่น ข้อจำกัดการโอนหุ้น จึงควรไปอยู่ในข้อบังคับ

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นขัดกับข้อบังคับ ใช้ฉบับไหน

กรรมการต้องจัดการบริษัทตามข้อบังคับที่จดทะเบียนไว้ ส่วนข้อตกลงผู้ถือหุ้นยังผูกพันคู่สัญญา ผลสุดท้ายขึ้นกับข้อเท็จจริง แนะนำให้ปรึกษาทนายความไทยสำหรับกรณีของคุณ

ทำข้อตกลงผู้ถือหุ้นเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียวได้ไหม

ทำได้ แต่ถ้าฝ่ายไทยอ่านภาษาอังกฤษไม่คล่อง ร่างสองภาษาช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ลงนามไม่เข้าใจสิ่งที่ตกลง

สรุป

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมีผลระหว่างคู่สัญญาได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่ข้อที่ต้องการให้บริษัทถือปฏิบัติ โดยเฉพาะการโอนหุ้น ต้องตรงกับข้อบังคับและอำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้ด้วย ถ้าคุณได้รับร่างจากอีกฝ่ายมาแล้ว ส่งให้เราตรวจก่อนลงนาม ง่ายกว่าแก้หลังเกิดข้อพิพาทมาก

โดยสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

📧 Email: info@wpk-notary.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @wpknotary

เผยแพร่โดย WPK Notary and Translation Services ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

กลับไปหน้าบทความ

อ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องทำอะไร

แต่ละกรณีมีรายละเอียดต่างกัน สอบถามเข้ามาก่อนได้ เราจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบก่อนเริ่มดำเนินการ

หรืออีเมล info@wpk-notary.com

จดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้อง
เลขทะเบียนพาณิชย์ 0101680180010
ส่งเอกสารฉบับจริงถึงมือคุณ
จัดส่งพร้อมเลขติดตามทุกครั้ง
ยืนยันค่าใช้จ่ายก่อนเริ่ม
แจ้งทางไลน์ หรือออกใบเสนอราคาให้ได้