คุณออกแบบโลโก้เสร็จ สั่งพิมพ์ฉลาก วางขายออนไลน์มาหลายเดือน พอยื่นคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนกลับแจ้งว่าชื่อนี้คล้ายกับเครื่องหมายที่คนอื่นยื่นไว้ก่อน ฉลากทั้งล็อตก็ต้องเปลี่ยน ทั้งที่ถ้าตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนสั่งพิมพ์ ปัญหานี้ก็กันได้
คุณค้นเองได้ แต่ต้องอ่านผลด้วยเกณฑ์เดียวกับนายทะเบียน เพราะคำว่า "ซ้ำ" ในสายตานายทะเบียนกว้างกว่าการสะกดเหมือนกันมาก
ทำไมต้องตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 6 (3) กำหนดว่าเครื่องหมายที่จะรับจดทะเบียนได้ ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่บุคคลอื่นจดทะเบียนไว้แล้ว ส่วนมาตราที่ใช้กับเรื่องนี้โดยตรงมีอีก 2 มาตรา
- มาตรา 13 ถ้าเครื่องหมายของคุณเหมือนกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว หรือคล้ายจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า นายทะเบียนจะรับจดไม่ได้ ไม่ว่าสินค้าจะอยู่จำพวกเดียวกัน หรือต่างจำพวกแต่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน ยกเว้นกรณีตามมาตรา 27 เช่น ต่างเจ้าของต่างใช้มาด้วยกันโดยสุจริต
- มาตรา 20 ถ้ามีหลายรายยื่นคำขอเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกัน สำหรับสินค้าที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน นายทะเบียนจะดำเนินการกับคำขอรายแรกก่อน รายหลังต้องรอ ถ้ารายแรกไม่ได้รับจดทะเบียน ก็พิจารณารายถัดไป
คู่มือการพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ฉบับปี พ.ศ. 2565 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียกหลักนี้ว่า First to File และใช้แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้ลอกเลียนกันเลยก็ตาม แปลว่าคุณต้องค้นทั้งเครื่องหมายที่จดแล้ว และคำขอที่ยังรอพิจารณาด้วย
นายทะเบียนดูอะไร เวลาตัดสินว่าเครื่องหมายคล้ายกัน
ภาพรวมและส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
นายทะเบียนดูภาพรวมของเครื่องหมายทั้งเครื่องหมาย แล้วดูส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ถ้าส่วนหลักคล้ายกัน แม้รายละเอียดปลีกย่อยจะต่างกัน ก็ยังถือว่าคล้าย ตัวพิมพ์ก็เช่นกัน RONOMA กับ ronoma ต่างกันแค่ตัวพิมพ์ใหญ่กับตัวพิมพ์เล็ก จึงถือว่าคล้ายกัน
เสียงเรียกขาน
เสียงอ่านอย่างเดียวก็เป็นเหตุให้นายทะเบียนถือว่าคล้ายได้ คู่มือยกตัวอย่าง "DIOR" กับ "ดิออร์" ว่าคล้ายกัน ถ้าคุณตั้งชื่อภาษาไทยให้อ่านออกเสียงเหมือนชื่อภาษาอังกฤษที่มีคนจดไว้แล้ว ก็ชนได้เหมือนกัน
สินค้าที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
จำพวกสินค้าเป็นแค่จุดเริ่มต้น นายทะเบียนยังดูต่อว่าสินค้ามีลักษณะอย่างเดียวกันหรือไม่ จากปัจจัยอย่างกลุ่มผู้ใช้สินค้า วัตถุประสงค์ในการใช้งาน สถานที่วางจำหน่าย และมูลค่าของสินค้า
ผลจึงออกได้ทั้งสองทาง สินค้าต่างจำพวกอาจชนกันได้ ส่วนสินค้าจำพวกเดียวกันก็อาจไม่ชน อย่างในคำวินิจฉัยคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 976/2561 ผ้าโสร่งกับถุงมืออยู่จำพวก 25 เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์การใช้งานต่างกันชัดเจน จึงไม่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
ขั้นตอนตรวจสอบเครื่องหมายการค้าด้วยตัวเอง
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนค้น
- ชื่อหรือคำในเครื่องหมาย ทุกภาษาที่จะใช้จริง
- คำอ่านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ไฟล์โลโก้ ถ้าเครื่องหมายมีรูป
- รายการสินค้าหรือบริการที่จะขายจริง
ขั้นตอนที่ 1: หาจำพวกและรายการสินค้า
มาตรา 9 ให้ผู้ขอระบุรายการสินค้าแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง ก่อนค้นจึงควรรู้ว่าสินค้าของคุณอยู่จำพวกไหน เช็กได้ในระบบสืบค้นรายการสินค้าและบริการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (tmsearch.ipthailand.go.th)
ขั้นตอนที่ 2: ค้นคำในระบบค้นหาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา
เข้า search.ipthailand.go.th เลือกชุดข้อมูลเครื่องหมายการค้า แล้วค้นทั้งตัวสะกดไทยและอังกฤษ รวมถึงคำที่ออกเสียงใกล้กันด้วย เพราะนายทะเบียนเองก็ค้นหลายวิธี เช่น ค้นจากอักษรแรกกับเสียงท้าย และค้นเสียงพ้องทีละพยางค์
ขั้นตอนที่ 3: ถ้ามีโลโก้ ต้องค้นรูปด้วย
เครื่องหมายรูป นายทะเบียนค้นด้วยรหัสบรรยายภาพตามระบบ Vienna Classification การค้นแบบนี้ทำเองยากกว่าค้นคำ ถ้าโลโก้คือจุดขายหลัก ควรให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยค้น
ขั้นตอนที่ 4: เช็กสถานะของเครื่องหมายที่เจอ
ให้ดูสถานะของเครื่องหมายที่ใกล้เคียงในหน้า "ตรวจสอบข้อมูลเครื่องหมายการค้าสำหรับประชาชน" ของกรม ซึ่งมีช่องทางตรวจสอบสถานะคำขอและรายการคำขอที่ประกาศโฆษณา อย่าข้ามคำขอที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เพราะถ้ายื่นไว้ก่อนคุณ ก็กันคำขอของคุณได้ตามมาตรา 20
ขั้นตอนที่ 5: ค้นนอกฐานข้อมูลของกรม
คู่มือของกรมเขียนไว้เองว่าเครื่องหมายที่ไม่ได้ยื่นคำขอจะไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจค้น แต่เจ้าของที่ใช้มาก่อนยังมีสิทธิตามกฎหมาย (ดูหัวข้อถัดไป) จึงต้องค้นเองนอกระบบของกรมด้วย ทั้ง Google ร้านค้าออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และชื่อนิติบุคคล ถ้าชื่อคล้ายแบรนด์ต่างประเทศ ให้เช็กการจดทะเบียนในต่างประเทศด้วย เรื่องชื่อบริษัทกับเครื่องหมายการค้า อ่านต่อได้ใน ชื่อบริษัท กับ เครื่องหมายการค้า จดบริษัทแล้วต้องจดอีกไหม
ทั้ง 5 ขั้นตอนค้นผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ใช้เวลาเท่าไรขึ้นกับจำนวนคำและจำพวกที่ต้องค้น แต่คนตัดสินว่าคล้ายหรือไม่คือนายทะเบียน ผลการค้นจึงช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่รับประกันผลไม่ได้
ไม่ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อน เสี่ยงอะไรบ้าง
ด้านการจดทะเบียน คำขออาจต้องรอตามมาตรา 20 หรือถูกปฏิเสธตามมาตรา 13 ผ่านชั้นนายทะเบียนแล้วก็ยังไม่จบ ภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณา ผู้ที่เห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่ายื่นคำคัดค้านได้ (มาตรา 35) และภายใน 5 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียน ผู้มีส่วนได้เสียที่แสดงได้ว่ามีสิทธิดีกว่ายังร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการจดทะเบียนได้ (มาตรา 67)
ด้านแพ่ง ถ้ามีคนเอาสินค้าของตัวเองไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมาย เจ้าของเครื่องหมายแม้ไม่ได้จดทะเบียนก็ยังฟ้องคนนั้นได้ตามมาตรา 46 วรรคสอง
ด้านอาญา มีทั้งในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าและประมวลกฎหมายอาญา
- พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา 109 เอาผิดผู้เลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้นำเข้า จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้านั้น รับโทษเดียวกันตามมาตรา 110
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เอาผิดผู้เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบห่อ หรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น มาตรานี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นเครื่องหมายที่จดทะเบียน โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 274 เอาผิดผู้เลียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะจดในหรือนอกราชอาณาจักร ส่วนมาตรา 275 เอาผิดผู้นำเข้า จำหน่าย หรือเสนอจำหน่ายสินค้าเหล่านี้
หลายมาตรามีองค์ประกอบว่าต้องทำเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ ชื่อที่บังเอิญชนกันจึงยังไม่ได้แปลว่าเป็นความผิดอาญาเสมอไป แต่ถ้ารู้แล้วว่าชื่อชนและยังจะขายต่อ ควรปรึกษาทนายความก่อน
WPK ช่วยตรวจสอบเครื่องหมายการค้าอะไรได้บ้าง
- ค้นทั้งคำ เสียงเรียกขาน และรูป ในจำพวกที่คุณจะยื่น รวมถึงจำพวกอื่นที่สินค้าอาจมีลักษณะอย่างเดียวกัน แล้วสรุปความเสี่ยงให้ก่อนคุณตัดสินใจ
- ถ้าเจอเครื่องหมายที่ใกล้เคียง เราเสนอทางปรับ เช่น ปรับคำหรือรูป หรือจำกัดรายการสินค้าให้แคบลง
- ยื่นคำขอจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแทนคุณ
- ถ้าผู้ยื่นเป็นบุคคลหรือบริษัทต่างชาติ เราแปลและรับรองคำแปลเอกสารประกอบคำขอให้ด้วย
ส่วนขั้นตอนหลังยื่นคำขอ อ่านต่อได้ใน จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ต้องทำอย่างไร การรับจดทะเบียนเป็นอำนาจของนายทะเบียน เราจึงรับประกันผลการพิจารณาของกรมไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเองได้ไหม
ได้ หน้า "ตรวจสอบข้อมูลเครื่องหมายการค้าสำหรับประชาชน" ของกรมทรัพย์สินทางปัญญารวมช่องทางค้นไว้แล้ว ส่วนที่ยากคืออ่านผลให้ตรงกับเกณฑ์ของนายทะเบียน
มีคนจดชื่อเดียวกันไว้คนละจำพวก เรายังจดได้ไหม
ขึ้นกับว่าสินค้ามีลักษณะอย่างเดียวกันหรือไม่ตามมาตรา 13 แต่ถ้าชื่อนั้นเป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ก็มีอีกชั้นหนึ่ง มาตรา 8 (10) ห้ามรับจดเครื่องหมายที่เหมือน หรือคล้ายจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าเครื่องหมายนั้นจะจดทะเบียนไว้หรือไม่ก็ตาม
ค้นแล้วไม่เจอ แปลว่าจดได้แน่นอนไหม
ยังไม่แน่ เครื่องหมายต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา 7 และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 ด้วย คำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงไม่เข้ามาตรา 7 วรรคสอง (2) เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าใช้จนแพร่หลายตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (มาตรา 7 วรรคสาม) และตอนพิจารณาคำขอ นายทะเบียนก็จะตรวจค้นฐานข้อมูลของกรมอีกรอบ
สรุป
ยิ่งตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเร็วเท่าไร เจอชื่อชนก็ยิ่งปรับได้ง่าย ก่อนจะลงทุนกับฉลากและบรรจุภัณฑ์ ถ้าอยากให้เราช่วยค้นและอ่านผลก่อนยื่น ส่งชื่อ คำอ่าน โลโก้ และรายการสินค้ามาได้เลย
โดยสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด) 📧 Email: info@wpk-notary.com 📍 Facebook: WPK Notary 📲 Line: @wpknotary |