ข้ามไปที่เนื้อหา

จดลิขสิทธิ์ต้องทำไหม จดแจ้งลิขสิทธิ์ช่วยอะไร

โดย WPK Notary and Translation Services

จดลิขสิทธิ์ต้องทำไหม จดแจ้งลิขสิทธิ์ช่วยอะไร

คุณจ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้กับลายบนกล่องขนม จ่ายเงินครบ ใช้งานมาหลายเดือน วันหนึ่งมีคนถามว่า "จดลิขสิทธิ์หรือยัง" ก็เลยเริ่มหาวิธีจดลิขสิทธิ์ เพราะกลัวว่าถ้าไม่จด งานจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

ตามกฎหมายไทย ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นเองตั้งแต่สร้างงานเสร็จ เรื่องที่ควรเช็กก่อนจึงเป็นว่า ลิขสิทธิ์ในโลโก้นั้นเป็นของใคร และมีหนังสืออะไรยืนยันไว้บ้าง

จดลิขสิทธิ์ต้องทำไหม กฎหมายไทยว่าอย่างไร

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่มีบทบัญญัติให้ต้องจดทะเบียนลิขสิทธิ์ มาตรา 6 คุ้มครองงานสร้างสรรค์หลายประเภท เช่น วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม ภาพยนตร์ "ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด" และมาตรา 8 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนสร้างขึ้นตามเงื่อนไขของมาตรานั้น

หน้าเว็บของกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็อธิบายไว้ว่า ผู้สร้างสรรค์ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน

แต่ลิขสิทธิ์ก็มีขอบเขต มาตรา 6 วรรคสองไม่คุ้มครองความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ หลักการ หรือการค้นพบ สิ่งที่กฎหมายคุ้มครองคืองานที่แสดงออกมาแล้ว ไอเดียสินค้าที่ยังอยู่ในหัวจึงยังไม่มีลิขสิทธิ์

จดแจ้งลิขสิทธิ์คืออะไร ต่างจากการจดทะเบียนอย่างไร

ที่คนเรียกกันว่าจดลิขสิทธิ์ ในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาคือบริการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์ยื่นแบบ ลข.01 แจ้งว่าตนเป็นเจ้าของงานชิ้นไหน และได้ลิขสิทธิ์มาอย่างไร พอกรมรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ก็จะจัดทำทะเบียนข้อมูลพร้อมเลขทะเบียน แล้วออกหนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์

แบบ ลข.01 ฉบับปัจจุบันเขียนหมายเหตุไว้ว่า "การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ มิได้ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ ตามกฎหมาย" สิทธิของคุณมีอยู่ตั้งแต่ก่อนวันยื่น การจดแจ้งเป็นแค่การบันทึกข้อมูลไว้กับหน่วยงานรัฐ

ระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่าด้วยการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และการให้บริการข้อมูลลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการรับแจ้งได้ ถ้าเห็นว่างานไม่เข้าข่ายเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ อาจเป็นความผิดตามกฎหมาย หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี กรมจะมีหนังสือปฏิเสธพร้อมเหตุผล

ส่วนเรื่องใครเป็นเจ้าของ แบบ ลข.01 ให้ผู้ยื่นรับรองเองว่าข้อมูลเป็นความจริง ถ้าภายหลังปรากฏว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ ผู้ยื่นก็ต้องรับผิดในความเสียหาย

จดแจ้งลิขสิทธิ์ช่วยอะไร

ข้อมูลที่แจ้งจะอยู่ในทะเบียนของกรม ซึ่งคนอื่นยื่นขอตรวจค้นได้ คุณจึงมีเอกสารของหน่วยงานรัฐที่บันทึกไว้ว่าอ้างเป็นเจ้าของงานชิ้นไหน และแจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไร

แต่หนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลยังไม่ได้ชี้ขาดว่าใครเป็นเจ้าของ ถ้ามีข้อพิพาท แต่ละฝ่ายยังต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานอื่น เช่น ไฟล์งานต้นฉบับกับแชตสั่งงาน หลักฐานพวกนี้ควรเก็บไว้ตั้งแต่วันที่งานเสร็จ

เมื่อมีคดีหรือข้อพิพาทเรื่องความเป็นเจ้าของ หรือมีผู้ร้องเรียนพร้อมหลักฐานว่ามีคนเอาหนังสือไปใช้ในทางไม่สุจริต เช่น ใช้ข่มขู่เรียกเงินค่ายอมความ ระเบียบฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 ก็ให้กรมระงับหนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลไว้ชั่วคราวได้ แล้วขึ้นสถานะว่าถูกระงับบนเว็บไซต์ของกรม

ถ้ามีคนยื่นหนังสือแบบนี้มาอ้างสิทธิกับคุณ ก็ควรตรวจสถานะกับกรมก่อน

จ้างคนทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของใคร

จ้างฟรีแลนซ์หรือบริษัทรับออกแบบ

ตามมาตรา 10 งานที่ผู้สร้างสรรค์ทำขึ้นโดยรับจ้างคนอื่น ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าเงื่อนไขของผู้รับจ้างเขียนว่าลิขสิทธิ์ยังเป็นของผู้ออกแบบ ข้อตกลงนั้นก็มีผล เงื่อนไขพวกนี้จึงควรอ่านก่อนจ่ายมัดจำ

ให้พนักงานทำ

มาตรา 9 วางหลักกลับกัน ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น งานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ลิขสิทธิ์ก็เป็นของลูกจ้างผู้สร้างสรรค์ ส่วนนายจ้างมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง บริษัทที่อยากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จึงควรเขียนไว้ในสัญญาจ้าง หรือทำหนังสือแยก

โอนหรืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ต้องทำอย่างไร

มาตรา 17 ให้โอนลิขสิทธิ์ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน จะมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุการคุ้มครองก็ได้ การโอนนอกจากทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา กฎหมายให้ถือว่าโอนมีกำหนด 10 ปี

ถ้าคุณยังอยากเป็นเจ้าของอยู่ แค่ให้อีกฝ่ายใช้งาน ให้ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา 15 (5) ซึ่งกำหนดเงื่อนไขได้ เช่น ใช้กับสินค้าไหน และใช้ได้นานเท่าไร แต่เงื่อนไขจะจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้

ถ้างานนั้นเคยจดแจ้งไว้แล้วและมีการโอน ระเบียบของกรมให้เจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งแก้ไขข้อมูลด้วยแบบ ลข.02 พร้อมสำเนาสัญญาโอน

ส่วนการแปลหนังสือหรือบทความของคนอื่น มาตรา 4 นับเป็นการดัดแปลง ถ้าจะแปลเพื่อเผยแพร่ โดยหลักต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน

ขั้นตอนจดแจ้งลิขสิทธิ์

  1. เข้าระบบยื่นคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ copyright.ipthailand.go.th ผ่านระบบ Single Sign-on ของกรม
  2. กรอกแบบ ลข.01 ระบุเจ้าของ ผู้สร้างสรรค์ ชื่อผลงาน ประเภทงาน วิธีที่ได้ลิขสิทธิ์มา ปีและประเทศที่สร้างสรรค์ และวันที่โฆษณางานครั้งแรก ถ้ามี
  3. ดาวน์โหลดหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จากระบบ ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ลงนาม แล้วอัปโหลดพร้อมหลักฐานประกอบ
  4. ยืนยันตัวตนและส่งคำขอ
  5. เจ้าหน้าที่กองลิขสิทธิ์ตรวจคำขอ ถ้าเอกสารบกพร่องจะแจ้งให้แก้ ระยะเวลาพิจารณาขึ้นกับกรม เราจึงรับประกันผลหรือวันที่ได้หนังสือไม่ได้

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดแจ้งลิขสิทธิ์

  • บุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รับรองสำเนาถูกต้อง
  • นิติบุคคล: สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกิน 6 เดือน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม
  • ผลงาน: ผลงานหรือภาพถ่ายผลงาน 1 ชุด
  • ที่มาของสิทธิ: เช่น สัญญาจ้างที่ตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ หรือสัญญาโอน
  • ยื่นผ่านผู้รับมอบอำนาจ: หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ และสำเนาบัตรของผู้รับมอบอำนาจ ถ้าเจ้าของลงนามหนังสือมอบอำนาจในต่างประเทศ ต้องให้ผู้มีอำนาจในประเทศนั้นรับรองตามระเบียบของกรม เช่น สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือโนตารีปับลิก (notary public)

WPK ช่วยเรื่องลิขสิทธิ์อะไรได้บ้าง

  • ยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแทนคุณ และตรวจก่อนยื่นว่าวิธีที่ได้ลิขสิทธิ์มาตรงกับเอกสารที่มี
  • ร่างสัญญาโอนลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ระบุงานและระยะเวลาให้ชัด ไม่ให้การโอนไปจบที่ 10 ปีโดยไม่ตั้งใจ
  • ตรวจสัญญาจ้างฟรีแลนซ์และสัญญาจ้างพนักงานในข้อที่ว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
  • แปลสัญญาและเอกสารสิทธิ์ เมื่อคู่สัญญาหรือเจ้าของงานเป็นชาวต่างชาติ รับหลายภาษา เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สเปน เป็นต้น

ถ้าต้องส่งไฟล์งานหรือข้อมูลลับให้คู่ค้าก่อนเซ็นสัญญา อ่านเพิ่มได้ใน สัญญา NDA ดาวน์โหลดมาใช้ได้ไหม ต้องมีข้อไหนถึงบังคับได้จริง

การรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เป็นอำนาจของกรม เราจึงรับประกันผลการพิจารณาไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้จดลิขสิทธิ์ ฟ้องคนก๊อปงานได้ไหม

ได้ ลิขสิทธิ์มีอยู่ตั้งแต่สร้างงาน มาตรา 27 ถือว่าการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 32 ก่อนดำเนินการ ควรรวบรวมหลักฐานความเป็นเจ้าของและหลักฐานการละเมิดไว้ให้ครบ

ลิขสิทธิ์มีอายุกี่ปี

มาตรา 19 ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปีนับแต่สร้างสรรค์ หรือนับแต่โฆษณาครั้งแรก ถ้าโฆษณาภายในระยะเวลานั้น

งานบางประเภทมีอายุต่างออกไป งานศิลปประยุกต์ เช่น ภาพที่นำไปตกแต่งสินค้าหรือใช้เพื่อการค้า มีอายุ 25 ปีตามมาตรา 22 ส่วนภาพยนตร์ โสตทัศนวัสดุ และสิ่งบันทึกเสียง มีอายุ 50 ปีนับแต่สร้างสรรค์หรือโฆษณาครั้งแรกตามมาตรา 21

โลโก้ต้องจดลิขสิทธิ์หรือจดเครื่องหมายการค้า

ตัวลายเส้นของโลโก้อาจเป็นงานศิลปกรรมที่มีลิขสิทธิ์ตั้งแต่วาดเสร็จ ถ้าจะใช้โลโก้เป็นแบรนด์ของสินค้าหรือบริการ ต้องดูกฎหมายเครื่องหมายการค้าด้วย ซึ่งมีระบบจดทะเบียนของตัวเอง อ่านต่อได้ใน ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนจด ชื่อแบรนด์ซ้ำไหม ดูยังไง และ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ต้องทำอย่างไร

สรุป

จดลิขสิทธิ์หรือไม่จด ลิขสิทธิ์ของคุณก็เกิดตั้งแต่วันที่งานเสร็จ การจดแจ้งเพิ่มบันทึกของหน่วยงานรัฐเข้ามาอีกชั้น ส่วนใครเป็นเจ้าของงานที่จ้างคนอื่นทำ ขึ้นกับว่าจ้างแบบไหน และสัญญาเขียนไว้อย่างไรตั้งแต่วันจ้าง ถ้าอยากให้เราช่วยตรวจสัญญาหรือยื่นจดแจ้งให้ ส่งผลงานกับสัญญาที่มีมาได้เลย

 

โดยสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

📧 Email: info@wpk-notary.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @wpknotary

เผยแพร่โดย WPK Notary and Translation Services ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

กลับไปหน้าบทความ

อ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณต้องทำอะไร

แต่ละกรณีมีรายละเอียดต่างกัน สอบถามเข้ามาก่อนได้ เราจะแจ้งขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบก่อนเริ่มดำเนินการ

หรืออีเมล info@wpk-notary.com

จดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้อง
เลขทะเบียนพาณิชย์ 0101680180010
ส่งเอกสารฉบับจริงถึงมือคุณ
จัดส่งพร้อมเลขติดตามทุกครั้ง
ยืนยันค่าใช้จ่ายก่อนเริ่ม
แจ้งทางไลน์ หรือออกใบเสนอราคาให้ได้