เมื่อการแปลไม่ใช่แค่เรื่องภาษา แต่คือความเสี่ยงทางกฎหมายที่องค์กรไม่ควรมองข้าม
ในปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากต้องดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางภาษาและสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงานต่างชาติ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ หรือการทำงานร่วมกับบริษัทในเครือข้ามชาติ กฎระเบียบองค์กรและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจึงมักถูกจัดทำในรูปแบบ เอกสารสองภาษา หรือหลายภาษา (Bilingual / Multilingual Documents)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายองค์กรยังเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ การแปลกฎระเบียบองค์กรไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความหมายของภาษา แต่เป็นการถ่ายทอด “ผลทางกฎหมาย” (legal effect) และ “อำนาจบังคับ” (enforceability) ของข้อความนั้นไปยังอีกภาษาหนึ่งอย่างครบถ้วน
แปลกฎระเบียบองค์กร ≠ แปลเอกสารทั่วไป
กฎระเบียบองค์กรเป็นเอกสารที่มีลักษณะเป็น เอกสารเชิงบังคับหรือเอกสารเชิงบรรทัดฐาน (normative document) ซึ่งแตกต่างจากเอกสารทั่วไปที่มีไว้เพื่อให้ข้อมูล (informational document)
ความแตกต่างสำคัญคือ ข้อความในกฎระเบียบไม่ได้มีหน้าที่เพียง “อธิบาย” แต่มีหน้าที่ “กำหนดสิทธิ หน้าที่ และผลทางกฎหมาย” ให้กับพนักงานและองค์กร
ดังนั้น หากการแปลมุ่งเน้นเพียงให้พนักงานต่างชาติ “อ่านเข้าใจ” แต่ไม่ได้คำนึงถึงการคงไว้ซึ่งผลทางกฎหมายของถ้อยคำกฎระเบียบนั้นอาจกลายเป็นเพียงเอกสารอธิบายแนวทางไม่ใช่ข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้จริงในทางวินัยหรือข้อพิพาท
ความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นจากการแปลกฎระเบียบโดยไม่เชี่ยวชาญ
ในทางปฏิบัติ ปัญหาที่พบบ่อยไม่ได้เกิดจากการแปลผิดอย่างชัดเจน แต่เกิดจากการเลือกใช้ถ้อยคำที่ “ดูเหมือนถูกต้อง” แต่ไม่สะท้อนระดับของอำนาจบังคับตามที่กฎหมายและองค์กรตั้งใจ
ตัวอย่างเช่น คำภาษาไทยอย่าง “ต้อง”, “ห้าม”, “มีอำนาจ”, หรือ “มีสิทธิ”
หากถูกถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้คำที่มีระดับความผูกพันต่ำกว่าผลลัพธ์ที่ได้ อาจทำให้ข้อบังคับนั้นไม่สามารถใช้เป็นฐานในการลงโทษทางวินัยได้อย่างมีน้ำหนัก
ในหลายกรณี เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน องค์กรจึงเพิ่งตระหนักว่าเอกสารที่ใช้อยู่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าพนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจริงในเชิงกฎหมาย
ความแตกต่างระหว่างนโยบายกับข้อบังคับที่มักถูกแปลปะปน
อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว คือการไม่แยกความแตกต่างระหว่าง “นโยบาย” (policy) กับ “ข้อบังคับหรือระเบียบ” (regulation / rule)
ในทางกฎหมายและการบริหารองค์กร นโยบายมักเป็นการกำหนดแนวคิดหรือทิศทาง
ขณะที่ข้อบังคับเป็นการกำหนดพฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หากเอกสารที่องค์กรตั้งใจให้มีผลผูกพัน กลับถูกแปลออกมาในลักษณะของนโยบาย อำนาจในการบังคับใช้ก็อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้เนื้อหาภาษาไทยต้นฉบับจะชัดเจนก็ตาม
การแปลกฎระเบียบต้องคำนึงถึงกฎหมายที่ใช้บังคับ
การแปลกฎระเบียบองค์กรที่ดี ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะภาษาเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับกฎหมายที่ใช้บังคับ (governing law) ด้วย
โดยเฉพาะในประเทศไทย กฎระเบียบเกี่ยวกับการทำงานต้องสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายที่มีลักษณะเป็นกฎหมายบังคับ
แม้จะมีการจัดทำเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใช้ภายในองค์กรก็ตาม การแปลที่ไม่สอดคล้องกับกรอบกฎหมายเหล่านี้ อาจทำให้กฎระเบียบทั้งฉบับถูกโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายในภายหลังได้
เหตุใดการแปลกฎระเบียบจึงควรใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
การแปลกฎระเบียบองค์กรอย่างมืออาชีพ ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางภาษาและความเข้าใจทางกฎหมายควบคู่กัน
ผู้แปลต้องสามารถ:
- วิเคราะห์บทบาทของข้อความในเชิงกฎหมาย
- เลือกถ้อยคำที่รักษาผลทางกฎหมายของต้นฉบับ
- ประเมินความเสี่ยงในการบังคับใช้ในสถานการณ์จริง
- เข้าใจผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับถ้อยคำต่างๆ ในบรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือนโยบาย
ด้วยเหตุนี้ กฎระเบียบองค์กรจึงไม่ควรเป็นเอกสารที่แปลโดยนักแปลทั่วไป หรือพึ่งพาการแปลด้วยระบบอัตโนมัติโดยไม่มีการตรวจทานเชิงกฎหมาย
เอกสารประเภทใดที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ
จากประสบการณ์ในทางปฏิบัติ เอกสารที่ควรได้รับการแปลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นพิเศษ ได้แก่ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบวินัยและการลงโทษ จรรยาบรรณองค์กร (Code of Conduct) รวมถึงนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Policies)
เอกสารเหล่านี้ล้วนเป็นเอกสารที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เมื่อเกิดข้อพิพาทหรือการตรวจสอบในภายหลัง
บทสรุป: การแปลที่ถูกต้องคือการลงทุน ไม่ใช่ต้นทุน
กฎระเบียบองค์กรที่ได้รับการแปลอย่างถูกต้อง ช่วยให้องค์กรสามารถบังคับใช้กฎได้อย่างมั่นใจ
ลดความเสี่ยงของข้อพิพาทแรงงานและสร้างความชัดเจนให้กับพนักงานทุกสัญชาติอย่างแท้จริง
ในทางกลับกัน การมองว่าการแปลเป็นเพียงขั้นตอนทางเอกสาร อาจนำไปสู่ต้นทุนทางกฎหมายที่สูงกว่ามากในอนาคต
บริการแปลกฎหมายและแปลกฎระเบียบองค์กรโดยผู้เชี่ยวชาญ
เรามีทีม ทนายความและนักแปลกฎหมาย ที่มีประสบการณ์ด้านการแปลกฎหมาย สัญญา และกฎระเบียบองค์กร
รองรับเอกสารสองภาษาและหลายภาษา โดยสำนักงานของเราจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่
การแปลกฎระเบียบองค์กร
การตรวจสอบคำแปลเพื่อประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย
ไปจนถึงการปรับถ้อยคำให้เหมาะสมกับการบังคับใช้จริงในองค์กร
📩 สามารถติดต่อเราเพื่อประเมินเอกสารเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทักแชททางด้านขวา หรือทักมาในช่อทางต่อไปนี้
📧Email: wpk.notary@gmail.com
📍 Facebook: WPK Notary
📲 Line: @519clses