You are using an outdated browser. For a faster, safer browsing experience, upgrade for free today.

หักเงินเดือนเพื่อลงโทษทางวินัยไม่ได้

หักเงินเดือนเพื่อลงโทษทางวินัยไม่ได้

คำถามที่พบได้บ่อยจากเจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR คือ

  • บริษัทหักเงินเดือนพนักงานได้ไหม
  • พนักงานมาสาย หักเงินเดือนผิดกฎหมายหรือไม่
  • สามารถกำหนดค่าปรับพนักงานในข้อบังคับการทำงานได้หรือไม่

คำตอบตาม กฎหมายแรงงานไทยและคำยืนยันจากกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน คือ บริษัทเอกชนไม่สามารถกำหนดในข้อบังคับการทำงานให้หักค่าจ้างเพื่อลงโทษทางวินัยได้ เพราะการหักค่าจ้างของลูกจ้างถูกควบคุมโดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

ดังนั้น บริษัทหลายๆ แห่งจึงมักเข้าใจผิดว่า หากระบุไว้ในข้อบังคับการทำงานแล้วว่า สามารถหักเงินเพื่อเป็นการลงโทษทางวินัยได้นั้น บริษัทก็สามารถหักเงินได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

กฎหมายแรงงานกำหนดว่า “ห้ามหักค่าจ้าง” เว้นแต่มีเหตุที่กฎหมายอนุญาต

ตาม มาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างจะหักค่าจ้างของลูกจ้างไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • เงินสมทบประกันสังคม
  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินชำระหนี้สหกรณ์
  • ค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำให้นายจ้าง (ภายใต้เงื่อนไขตามกฎหมาย)

การหักค่าจ้าง เพื่อลงโทษทางวินัย เช่น

  • มาสายแล้วหักเงิน
  • ทำผิดระเบียบแล้วหักเงินเดือน
  • ไม่ทำยอดขายแล้วถูกปรับเงิน

ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นของกฎหมาย

ดังนั้น บริษัทเอกชนไม่สามารถกำหนดในข้อบังคับการทำงานให้หักค่าจ้างเป็นการลงโทษทางวินัยได้

อย่าเข้าใจผิดจากคำพิพากษาศาลฎีกาบางคดี

บางครั้งมีการอ้าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14036/2555 เพื่อสนับสนุนว่านายจ้างสามารถตัดค่าจ้างเป็นโทษทางวินัยได้

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายอีกระบบหนึ่ง คือ

  • พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
  • ระเบียบข้อบังคับขององค์กรรัฐวิสาหกิจ

ระบบกฎหมายของรัฐวิสาหกิจ แตกต่างจากกฎหมายแรงงานเอกชน ดังนั้น คำพิพากษาดังกล่าว ไม่สามารถนำมาใช้กับบริษัทเอกชนได้โดยตรง เรื่องนี้มีการยินยันชัดเจนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

(อ้างอิง https://shorturl.at/Y8kN7 )

หากพนักงานทำผิดวินัย บริษัทควรทำอย่างไร

แม้กฎหมายจะไม่อนุญาตให้หักเงินเดือนเป็นโทษทางวินัย แต่บริษัทสามารถใช้มาตรการอื่นที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น

  • การตักเตือน
  • หนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
  • การพักงานตามเงื่อนไขของกฎหมายแรงงาน
  • การเลิกจ้างในกรณีที่มีเหตุอันสมควร

การกำหนดมาตรการเหล่านี้ควรถูกเขียนไว้ใน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน

ปัญหาที่พบในหลายบริษัท

ในทางปฏิบัติ บริษัทจำนวนมากยังคงมีข้อบังคับที่ระบุว่า

  • มาสายหักเงิน
  • ทำผิดระเบียบหักค่าปรับ
  • ไม่ทำยอดขายหักเงินเดือน

ข้อกำหนดลักษณะนี้ มีความเสี่ยงขัดต่อกฎหมายแรงงาน และหากข้อบังคับดังกล่าวถูกตรวจสอบโดยพนักงานตรวจแรงงาน อาจถูกสั่งให้ แก้ไขหรือตัดข้อความดังกล่าวออก

นอกจากนี้ หากมีการหักเงินเดือนจริง อาจนำไปสู่ ข้อพิพาทแรงงาน ได้

ดังนั้น หากบริษัทจะจ่ายค่าจ้างไม่เต็มสำหรับกรณีที่พนักงาน ขาด ลา มาสาย ก็ควรกำหนดไว้ด้วยถ้อยคำและอาศัยฐานอื่นทางกฎหมาย ที่ไม่ใช่การระบุว่า “หักเงินเดือน” หรือ “หักค่าจ้าง” ซึ่งจะต้องร่างอย่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก

ก่อนกำหนดข้อบังคับบริษัท ควรตรวจสอบกฎหมายแรงงานให้ถูกต้อง

ข้อบังคับการทำงานและสัญญาจ้างแรงงานเป็นเอกสารสำคัญขององค์กร หากกำหนดเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย อาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายโดยไม่จำเป็น 

การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานสามารถช่วยให้

✔ ข้อบังคับบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย
✔ ลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงาน
✔ ป้องกันการกำหนดบทลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
✔ วางระบบวินัยพนักงานอย่างเหมาะสม

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

หากองค์กรของคุณกำลัง

  • จัดทำข้อบังคับการทำงาน
  • ปรับปรุงสัญญาจ้างแรงงาน
  • ตรวจสอบมาตรการทางวินัยพนักงาน
  • หรือมีข้อพิพาทแรงงาน

ควรตรวจสอบให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายในอนาคต

หากต้องการ ตรวจสอบข้อบังคับการทำงาน สัญญาจ้างแรงงาน หรือขอคำปรึกษากฎหมายแรงงาน สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้

โดยสามารถทักแชทที่อยู่ทางด้านขวา หรือตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

📧 Email: wpk.notary@gmail.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @519clses