นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ห้างหุ้นส่วนสามัญ ดั๊บเบิลยูพีเค โนตารี แอนด์ ทรานสเลชั่น เซอร์วิสเซส

วันที่มีผลใช้บังคับ: 14 สิงหาคม 2568
ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1: 10 สิงหาคม 2569


1. บททั่วไป

ห้างหุ้นส่วนสามัญ ดั๊บเบิลยูพีเค โนตารี แอนด์ ทรานสเลชั่น เซอร์วิสเซส (ต่อไปนี้เรียกว่า "สำนักงาน") ประกอบกิจการสำนักงานทนายความ ให้บริการรับรองลายมือชื่อและเอกสารโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) บริการแปลและรับรองคำแปล บริการยื่นขอรับรองนิติกรณ์ต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล ตลอดจนงานกฎหมายทั่วไป

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปนี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติฯ")

ขอบเขตการใช้บังคับ นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานดำเนินการผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

(1) เว็บไซต์ wpk-notary.com และช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน
(2) การติดต่อทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ แอปพลิเคชันไลน์ และแอปพลิเคชันสนทนาอื่น
(3) การรับบริการ ณ ที่ทำการของสำนักงาน หรือนอกสถานที่

สำนักงานมีฐานะเป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามนัยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติฯ สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

รายละเอียดผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ: ห้างหุ้นส่วนสามัญ ดั๊บเบิลยูพีเค โนตารี แอนด์ ทรานสเลชั่น เซอร์วิสเซส
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: info@wpk-notary.com


2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม และวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม

2.1 ข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลรายการข้อมูลวัตถุประสงค์
ข้อมูลระบุตัวบุคคลชื่อและนามสกุล ทั้งอักษรไทยและอักษรโรมัน วัน เดือน ปีเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ตัวอย่างลายมือชื่อตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลของผู้ลงลายมือชื่อ อันเป็นหน้าที่ของทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ
ข้อมูลสำหรับการติดต่อที่อยู่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีไลน์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารติดต่อประสานงาน แจ้งความคืบหน้า นัดหมาย และจัดส่งเอกสาร
ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารหนังสือมอบอำนาจ สัญญา ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองนิติบุคคล เอกสารทางการเงิน และเอกสารอื่นที่ส่งมอบให้สำนักงานเพื่อรับรองหรือแปลดำเนินการรับรองเอกสาร แปลและรับรองคำแปล และยื่นขอรับรองนิติกรณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลการชำระเงินชื่อผู้ชำระเงิน หลักฐานการโอนเงิน ข้อมูลสำหรับออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีเรียกเก็บค่าบริการ ออกหลักฐานการรับชำระเงิน และจัดทำบัญชีและภาษีอากร
ข้อมูลจากการสอบถามข้อความที่กรอกในแบบฟอร์มติดต่อ หรือส่งมาทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และแอปพลิเคชันสนทนาตอบข้อสอบถาม เสนอราคาค่าบริการ และให้คำแนะนำเบื้องต้น

2.2 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากการใช้งานเว็บไซต์

หมายเลขไอพี ประเภทและรุ่นของโปรแกรมเรียกดูเว็บไซต์ ระบบปฏิบัติการ หน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม วันและเวลาที่เข้าชม แหล่งที่มาของการเข้าชม และตัวระบุคุกกี้ โดยเก็บรวบรวมผ่านบริการ Google Analytics และคุกกี้ตามที่ระบุไว้ในข้อ 5

วัตถุประสงค์: รักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ และปรับปรุงคุณภาพของเว็บไซต์

2.3 ข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งอื่นที่มิใช่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกที่ปรากฏในเอกสารของท่าน เช่น คู่สัญญา ผู้รับมอบอำนาจ คู่สมรส บุตร และพยาน
(2) ข้อมูลจากผู้แนะนำ ตัวแทน หรือนิติบุคคลที่มอบหมายให้สำนักงานดำเนินการแทนพนักงานหรือลูกจ้าง
(3) ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐหรือสถานเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของท่าน

ในกรณีที่ท่านส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นให้แก่สำนักงาน ท่านมีหน้าที่แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบถึงนโยบายฉบับนี้ และรับรองว่าท่านมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลนั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

2.4 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

เอกสารที่ส่งมอบให้สำนักงานเพื่อรับรองหรือแปล อาจปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติฯ ดังต่อไปนี้

(1) ศาสนา ซึ่งปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชนบางประเภท
(2) ข้อมูลสุขภาพ เช่น ใบรับรองแพทย์ และประวัติการรักษาพยาบาล
(3) ประวัติอาชญากรรม เช่น หนังสือรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(4) ข้อมูลชีวมาตร เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ และภาพใบหน้าในหนังสือเดินทาง

สำนักงานเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย โดยอาศัยความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน หรืออาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 26 (4) แห่งพระราชบัญญัติฯ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

สำนักงานไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดไม่ว่ากรณีใด


3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

ฐานทางกฎหมายมาตรากรณีที่อาศัย
ฐานสัญญา24 (3)การดำเนินการรับรองเอกสาร แปลและรับรองคำแปล ยื่นขอรับรองนิติกรณ์ เสนอราคา เรียกเก็บค่าบริการ และจัดส่งเอกสาร อันเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย24 (6)การจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนคำรับรองตามข้อบังคับสภาทนายความ การออกใบเสร็จรับเงินและเก็บรักษาเอกสารทางบัญชีและภาษีอากร และการเปิดเผยข้อมูลตามหมายศาลหรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย24 (5)การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและสถานที่ทำการ การจัดทำสถิติการใช้งานเว็บไซต์ การป้องกันการทุจริตและการปลอมแปลงเอกสาร และการใช้หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ฐานความยินยอม19คุกกี้ที่มิใช่คุกกี้ที่จำเป็น การส่งข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไลน์ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว และการนำผลงานไปเผยแพร่เป็นตัวอย่าง ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต24 (2)กรณีจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
ฐานภารกิจสาธารณะและการใช้อำนาจรัฐ24 (4)กรณีที่สำนักงานต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น การยื่นขอรับรองนิติกรณ์ต่อกรมการกงสุล

สำนักงานมิได้อาศัยฐานตามมาตรา 24 (1) แห่งพระราชบัญญัติฯ อันได้แก่ การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ การศึกษาวิจัย หรือสถิติ

ผลของการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่สำนักงานอาศัยฐานสัญญาหรือฐานหน้าที่ตามกฎหมาย การให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญาและปฏิบัติตามสัญญา หากท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว สำนักงานย่อมไม่อาจรับรองเอกสารหรือให้บริการแก่ท่านได้ เนื่องจากการตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลเป็นสาระสำคัญของงานรับรองเอกสาร


4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก

สำนักงานไม่จำหน่ายข้อมูลส่วนบุคคล และไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบุคคลอื่น

สำนักงานเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นแก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้

4.1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับรองเอกสารและนิติกรณ์

(1) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
(2) สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย
(3) สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
(4) สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในกรณีการตรวจสอบคำรับรองหรือการพิจารณาข้อร้องเรียน
(5) หน่วยงานของรัฐอื่นตามที่เรื่องของท่านต้องยื่น เช่น กรมการปกครอง และสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ

4.2 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(1) ผู้แปลและผู้ตรวจทานคำแปลที่สำนักงานมอบหมาย
(2) ผู้ให้บริการโฮสติ้ง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการคลาวด์สำหรับจัดเก็บข้อมูล
(3) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และผู้ประกอบการขนส่งเอกชน
(4) ธนาคารและผู้ให้บริการรับชำระเงิน
(5) ผู้ทำบัญชีและที่ปรึกษาภาษีอากรของสำนักงาน

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นผูกพันตามสัญญาให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้เฉพาะตามคำสั่งของสำนักงาน และมีหน้าที่รักษาความลับและจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

4.3 การเปิดเผยตามกฎหมาย

(1) ศาล พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีหมายหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(2) ที่ปรึกษากฎหมายของสำนักงาน ในกรณีจำเป็นเพื่อการใช้หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้อง

4.4 บุคคลที่ท่านกำหนด

คู่สัญญา ผู้รับมอบอำนาจ นายจ้าง หรือหน่วยงานปลายทางที่ท่านแจ้งให้สำนักงานจัดส่งเอกสารให้

4.5 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

โดยลักษณะของงาน สำนักงานจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศเป็นปกติ ได้แก่ การส่งเอกสารให้สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ การจัดส่งเอกสารไปยังหน่วยงานปลายทางในต่างประเทศ และการใช้บริการผู้ให้บริการคลาวด์ซึ่งมีเครื่องแม่ข่ายอยู่นอกราชอาณาจักร

การส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติฯ โดยอาศัยกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือท่านได้ให้ความยินยอมโดยได้รับแจ้งถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางแล้ว

4.6 ขอบเขตความรับผิดชอบของสำนักงาน

เมื่อเอกสารของท่านได้ยื่นต่อกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยงานปลายทางในต่างประเทศแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในเอกสารนั้นย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานดังกล่าวตามกฎหมายและนโยบายของแต่ละหน่วยงาน

สำนักงานไม่อาจกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา การเปิดเผยต่อไป หรือวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลของหน่วยงานปลายทางได้ และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานดังกล่าว หากท่านประสงค์จะทราบแนวปฏิบัติด้านข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานปลายทาง โปรดสอบถามหน่วยงานนั้นโดยตรง


5. คุกกี้

เว็บไซต์ของสำนักงานใช้คุกกี้ 2 ประเภท ดังนี้

ประเภทคุกกี้หน้าที่ความยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ตามปกติ จดจำการตั้งค่าภาษา และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของแบบฟอร์มไม่ต้องขอความยินยอม และไม่อาจปิดการใช้งานได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์Google Analytics สำหรับนับจำนวนผู้เข้าชมและวิเคราะห์การใช้งานหน้าเว็บไซต์ต้องได้รับความยินยอม

6. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ประเภทข้อมูลระยะเวลาเหตุผล
สำนวนงานและเอกสารของลูกความ5 ปี นับแต่วันที่งานแล้วเสร็จรองรับการตรวจสอบความถูกต้องของคำรับรองย้อนหลัง และการใช้หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ทะเบียนคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามที่ข้อบังคับสภาทนายความกำหนดหน้าที่ตามข้อบังคับวิชาชีพ
เอกสารทางบัญชี ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี5 ปีหน้าที่ตามกฎหมายภาษีอากร
ข้อมูลผู้สอบถามที่มิได้เข้าทำสัญญา2 ปี นับแต่การติดต่อครั้งสุดท้ายติดตามงานที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง และตอบข้อสอบถามเดิม
ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และคุกกี้ไม่เกิน 24 เดือนการวิเคราะห์การใช้งาน
ข้อมูลที่อาศัยฐานความยินยอมจนกว่าท่านจะถอนความยินยอม

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาข้างต้น สำนักงานจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

ในกรณีที่มีข้อพิพาท การสอบสวน หรือคดีความที่เกี่ยวข้อง สำนักงานจะเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อไปจนกว่าเรื่องดังกล่าวจะถึงที่สุด


7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติฯ ดังต่อไปนี้

สิทธิมาตราสาระสำคัญ
สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล30ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านมิได้ให้ความยินยอม
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล36ขอให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล33ขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่หมดความจำเป็นหรือท่านได้ถอนความยินยอมแล้ว
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล34ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลเป็นการชั่วคราว ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องหรือการพิจารณาคำคัดค้าน
สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย32คัดค้านการประมวลผลที่อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือฐานภารกิจสาธารณะ และคัดค้านการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบตรง
สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล31ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ หรือขอให้ส่งต่อไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น
สิทธิถอนความยินยอม19 วรรคห้าถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยต้องกระทำได้โดยง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม
สิทธิร้องเรียน73ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เห็นว่าสำนักงานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ

7.1 วิธีการใช้สิทธิ

ท่านสามารถใช้สิทธิได้โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มายัง info@wpk-notary.com พร้อมรายละเอียดดังต่อไปนี้

(1) สิทธิที่ประสงค์จะใช้
(2) เรื่องหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เลขที่ใบเสร็จรับเงิน ชื่อเอกสารที่ส่งมอบให้รับรอง หรือช่วงเวลาที่รับบริการ
(3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เพื่อยืนยันตัวบุคคลของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งสำนักงานจะใช้เพื่อการตรวจสอบเท่านั้นและจะลบเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น

สำนักงานจะดำเนินการและแจ้งผลให้ท่านทราบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ตามมาตรา 30 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

7.2 ข้อจำกัดในการใช้สิทธิ

สิทธิบางประการมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย สำนักงานอาจปฏิเสธคำขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ยังมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเก็บรักษาทะเบียนคำรับรอง หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ในกรณีที่ปฏิเสธคำขอ สำนักงานจะบันทึกเหตุผลไว้และแจ้งให้ท่านทราบ

ทั้งนี้ การใช้สิทธิย่อมมีผลเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของสำนักงาน เอกสารที่ได้ยื่นต่อกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยงานปลายทางแล้ว อยู่นอกเหนือการควบคุมของสำนักงานตามข้อ 4.6


8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

สำนักงานจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติฯ ดังต่อไปนี้

(1) จำกัดสิทธิการเข้าถึงสำนวนงานเฉพาะทนายความและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานนั้น
(2) เว็บไซต์เข้ารหัสข้อมูลด้วยโพรโทคอล HTTPS/TLS และจัดเก็บไฟล์เอกสารในระบบที่มีการควบคุมด้วยรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
(3) วิธีการอื่นๆที่เหมาะสม

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานจะแจ้งเหตุดังกล่าวแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ตามมาตรา 37 (4) แห่งพระราชบัญญัติฯ และในกรณีที่เหตุละเมิดนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน สำนักงานจะแจ้งเหตุและแนวทางการเยียวยาให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า


9. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์

บริการของสำนักงานมิได้มุ่งหมายให้ผู้เยาว์เป็นผู้ใช้บริการโดยตรง อย่างไรก็ดี เอกสารที่ส่งมอบให้รับรองหรือแปลอาจปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ เช่น สูติบัตร หนังสือให้ความยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ และหลักฐานการศึกษา

ในกรณีที่การประมวลผลอาศัยฐานความยินยอม สำนักงานจะขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติฯ


10. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

เว็บไซต์ของสำนักงานอาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยงานอื่น นโยบายฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับเว็บไซต์ดังกล่าว ท่านควรศึกษานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละเว็บไซต์


11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

สำนักงานอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของสำนักงาน โดยจะเผยแพร่ฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้ที่ wpk-notary.com/?page=privacy-policy พร้อมระบุวันที่ปรับปรุง

ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ สำนักงานจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือโดยประกาศบนหน้าเว็บไซต์


12. ช่องทางการติดต่อ

ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: info@wpk-notary.com
ไลน์: @wpknotary

การร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ในกรณีที่ท่านเห็นว่าสำนักงานมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ https://www.pdpc.or.th